Regulation & F.T.I. Provision

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ฉบับที่ 3

ว่าด้วย การประชุมและดำเนินกิจการของคณะกรรมการและการประชุมใหญ่

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2531

------------------------------------------

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21(3) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2530คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในคราวประชุมสามัญครั้งที่ 1/2538/8 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2538 ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2) ว่าด้วยการประชุมและดำเนินกิจการของคณะกรรมการ  และการประชุมใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2538”

 

ข้อ 2. ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2538 เป็นต้นไป

 

ข้อ 3. ในข้อบังคับนี้

"สภา" หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"กรรมการ" หมายถึง กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"ประธานสภา" หมายถึง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"รองประธานสภา" หมายถึง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"เลขาธิการสภา" หมายถึง เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"นายทะเบียน" หมายถึง นายทะเบียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

การประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ

ข้อ 4. คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสภา ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภา รวมทั้งให้มีอำนาจดังต่อไปนี้

(1) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของสมาชิกการ รับสมัคร คุณสมบัติ วินัย การลงโทษสมาชิกและการพ้นจากสมาชิกภาพ รวมทั้งการอุทธรณ์ โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สภา

(2) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการ โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สภา และได้รับความเห็นชอบจาก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

(3) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและดำเนินกิจการของ คณะกรรมการและการประชุมใหญ่สภา โดยได้รับอนุมัติจาก ที่ประชุมใหญ่สภา

(4) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดตั้งและการดำเนิน กิจการของสำนักงานสาขา

(5) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการจำแนกกลุ่มสมาชิก  การเลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการกลุ่มสมาชิก การประชุมและดำเนินการของ สาขาอุตสาหกรรม ตลอดจนกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(6) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการกำหนดค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงและค่าบริการที่พึงเรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอกโดยได้รับ อนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สภา และได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม

(7) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการบัญชีและการเงินของสภา

(8) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง  และ เงินบำเหน็จ รางวัลพนักงาน รวมทั้งระเบียบ วินัย  การลงโทษ และการร้องทุกข์ของพนักงาน

(9) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงาน ตลอดจน ครอบครัวของบุคคลดังกล่าว หรือผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นพนักงาน

(10) กำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องอื่นใดที่จำเป็นต่อ การดำเนินงานภายใน เกี่ยวกับกิจการของสภา

(11) ให้คำปรึกษา แนะนำ ชี้แจง และอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกใน การประกอบอุตสาหกรรม

(12) เสนอแนะให้ความเห็นและให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับการ ประกอบอุตสาหกรรม

 

ข้อ 5. คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร อนุกรรมการ หรือคณะทำงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่น เพื่อพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ หรือทำกิจการเฉพาะอย่างอันอยู่ในขอบเขต วัตถุประสงค์ของสภา ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการได้กรรมการบริหารให้แต่งตั้งจากกรรมการสภา มีจำนวนตามที่คณะกรรมการกำหนดและให้อยู่ในตำแหน่งได้ตามที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งไม่เกินกว่าวาระของ คณะกรรมการชุดที่แต่งตั้งอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นจะแต่งตั้งจากสมาชิกของสภา หรือบุคคลภายนอกที่มีความเหมาะสมก็ได ้และให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งต้อง ไม่เกินกว่าวาระของคณะกรรมการชุดที่แต่งตั้งอนุกรรมการนี้ การประชุมคณะกรรมการบริหาร  คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นให้ใช้ข้อบังคับนี้ในส่วน ของการประชุมคณะกรรมการโดยอนุโลม เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

 

ข้อ 6. ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่บริหาร ในตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารและตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2533)

 

ข้อ 7. การประชุมคณะกรรมการให้มีเดือนละครั้ง เว้นแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควร

 

ข้อ 8. การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุมการวินิจฉัย ชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่ตัวกรรมการคนนั้นและ/หรือ สมาชิกสามัญที่กรรมการคนนั้นเป็นผู้แทนมีส่วนได้เสีย กรรมการคนนั้นมีสิทธิชี้แจงเรื่องนั้นแต่ ไม่มีสิทธิออกเสียง กรรมการอาจมอบหมายให้ผู้อื่น มาประชุมและออกเสียงแทนตนได้ โดยต้องนำหนังสือ มอบอำนาจมาแสดงต่อประธานในที่ประชุมก่อนเริ่มการประชุม ให้ประธานสภาหรือ ผู้ที่ประธานสภามอบหมายหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาตามข้อบังคับของ สภาเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสภาหรือผู้ที่ประธานสภามอบหมายหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภา ตามข้อบังคับของสภาแล้วแต่กรณี ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการเลือกรองประธาน สภาคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสภาหรือ ผู้ที่ประธานสภามอบหมายหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาตามข้อบังคับของ สภาและรองประธานสภาทุกคนไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2538)

 

ข้อ 9. ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ประธานสภาเป็นผู้แทนของสภา ประธานสภาจะแต่งตั้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือหลายคน และไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาหรือไม่ก็ตาม ให้ไปดำเนินการแทนในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกตามวรรคหนึ่งก็ได้

 

ข้อ 9. ทวิ ถ้าประธานสภาไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นการชั่วคราว และประธานสภาไม่ได้มอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทนหรือได้มอบหมาย แต่บุคคลนั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งรองประธานสภาคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนไปพลางก่อน แต่ถ้ารองประธานสภาทุกคนไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนไปพลางก่อน
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2538)

 

การประชุมใหญ่

ข้อ 10. ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภา ปีละหนึ่งครั้ง ภายในเดือนมีนาคมของทุก ๆ ปี โดยคณะกรรมการเป็นผู้เรียกประชุม การประชุมใหญ่เช่นนี้เรียกว่าประชุมสามัญการประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการ ประชุมตามวรรคหนึ่ง เรียกว่าประชุมวิสามัญ

 

ข้อ 11. กิจการอันที่จะทำในที่ประชุมสามัญ คือ

(1) รับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน

(2) รับทราบรายงานประจำปีแสดงผลงานของสภา ในปีที่ล่วงมา

(3) พิจารณาอนุมัติงบดุล และบัญชีรายได้และรายจ่าย

(4) เลือกตั้งคณะกรรมการซึ่งครบกำหนดต้องออกตามวาระ (ถ้ามี)

(5) เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

(6) เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

 

ข้อ 12. เมื่อมีเหตุจำเป็นคณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้ สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกสามัญ จะทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญก็ได้ ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด ในกรณีที่สมาชิกสามัญเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญตามวรรคสอง ให้คณะ กรรมการเรียกประชุมวิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับหนังสือร้องขอ

 

ข้อ 13. ในการเรียกประชุมใหญ่ทุกคราว ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้สมาชิกที่มีชื่อในสมุดทะเบียนของสภา ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันนัดประชุม โดยระบุ วัน เวลาและสถานที่ประชุม และเรื่องที่จะประชุมปรึกษา

 

ข้อ 14. ในการประชุมใหญ่ทุกคราว  ถ้าผู้แทนที่มีอำนาจเต็มของสมาชิกไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ สมาชิกจะมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนและออกเสียงลงคะแนนไม่ได้

 

ข้อ 15. ในการประชุมใหญ่ทุกคราว ต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในแปดของจำนวนสมาชิกสามัญ จึงจะเป็นองค์ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาด ของที่ประชุม ให้ถือตามเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญซึ่งมาประชุม

 

ข้อ 16. ในการประชุมใหญ่ทุกคราว เมื่อล่วงเวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ถ้าสมาชิกสามัญ มาไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุมนั้นออกไปอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ประธานสภา แจ้งวัน ประชุมครั้งใหม่ให้สมาชิกสามัญทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน การประชุมใหญ่ครั้งใหม่นี้ ถ้าเป็นการประชุม ที่คณะกรรมการเรียกไม่ว่าจะมีสมาชิกสามัญมาประชุมจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ แต่การประชุมในครั้งนี้ให้ดำเนินการได้เฉพาะกรณีตามข้อ 11(2), (3) และ (5) เท่านั้น

 

ข้อ 17. ในการประชุมใหญ่ทุกคราว ให้ประธานสภาหรือผู้ที่ประธานสภามอบหมาย หรือ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาตามข้อบังคับของสภา เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสภาหรือผู้ที่ประธานสภามอบหมายหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภา ตามข้อบังคับของสภา แล้วแต่กรณีไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการเลือกรองประธานสภาคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสภาหรือผู้ที่ประธานสภามอบหมายหรือผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนประธานสภา ตามข้อบังคับของสภาและรองประธานสภาทุกคนไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2538)

 

ข้อ 18. การออกเสียงลงคะแนนตามปกติให้ใช้วิธีชูมือ เว้นแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการ หรือในเรื่องอื่นซึ่งที่ประชุมใหญ่ จะลงมติให้มีการออกเสียงโดยวิธีลงคะแนนลับ การออกเสียงลงคะแนนลับให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนน การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก ยกเว้นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการให้นำข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้ง กรรมการมาใช้บังคับ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

 

ข้อ 19. ให้นายทะเบียนหรือผู้ทำการแทนเป็นผู้จัดทำสมุดทะเบียนสมาชิกผู้มาประชุมและ ให้เลขาธิการสภาหรือผู้ทำการแทนจดบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ ไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง และเสนอให้ที่ประชุมรับรองในการประชุมครั้งต่อไป

 

บทเฉพาะกาล

ข้อ 20. ในระหว่างเวลาตั้งแต่จัดตั้งสภา จนถึงเวลาที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติข้อบังคับนี้ การประชุมและการดำเนินการใด ๆ ของคณะกรรมการหากกระทำไปโดยมติของคณะกรรมการ

ย่อมเป็นอันใช้ได้.

ให้ไว้ ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2531

ลงชื่อ

(นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา)

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

Counter : 36945

E-News Letter F.T.I.

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย