พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ฉบับที่ 23
ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต
พ.ศ. 2552
……………………………………………………

      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21(10) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 มีมติให้ออกข้อบังคับว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่...... 23 ว่าด้วยข้อบังคับสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต พ.ศ. 2552
ข้อ 2. ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 ... เป็นต้นไป
ข้อ 3. ในข้อบังคับนี้
 “สภา”     หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “สถาบัน”    หมายถึง   สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิตสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสภา”  หมายถึง กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “คณะกรรมการสภา” หมายถึง คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “ประธานสภา”  หมายถึง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “รองประธานสภา” หมายถึง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
“กรรมการสถาบัน” หมายถึง กรรมการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต
 “คณะกรรมการสถาบัน” หมายถึง คณะกรรมการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต 
“ประธานสถาบัน” หมายถึง ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต
“รองประธานสถาบัน” หมายถึง รองประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต

หมวด 1
สถานะของสถาบัน

ข้อ 4. ให้จัดตั้งสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขึ้นเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ภายใต้การกำกับการดูแลของสภา และให้สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้
ข้อ 5. สถาบันมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
     1.) เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูล ปัญหา / ความต้องการของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต(SMI) จัดทำเป็นแผนงาน / นโยบาย เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐ
     2.) เป็นแหล่งรวบรวมและพัฒนาตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต(SMI) 
     3.) เป็นผู้เชื่อมโยงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต(SMI) กับองค์กรพันธมิตรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทาง ทางธุรกิจ
     4.) เป็นหน่วยงาน หลักที่จะดูแลและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต(SMI) ที่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. ให้เจริญก้าวหน้า อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
ข้อ 6 ให้สถาบันมีที่ตั้งสำนักงานตามที่สภากำหนด
ข้อ 7 ชื่อเป็นภาษาอังกฤษของสถาบันเรียกว่า “The Institute of   Small and Medium Industrial Institute (SMI),The Federation of Thai Industries” 
ข้อ 8 ตราของสถาบันให้มีรูปลักษณะดังนี้

 
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต(SMI)


หมวด 2
กรรมการ

ข้อ 9 เพื่อดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ให้มีคณะกรรมการสถาบัน ประกอบด้วยประธานสภา เป็นประธานสถาบัน รองประธานสภาที่ประธานสภาแต่งตั้ง เป็นรองประธานสถาบัน และกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการสภาแต่งตั้งรวมกันไม่น้อยกว่าเก้าคนเป็นกรรมการ 
ข้อ 10 กรรมการสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
     (1) มีสัญชาติไทย
     (2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
     (3) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
     (4) ไม่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังต่อไปนี้  นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมืองอื่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กฎหมายบัญญัติ (4)(5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 11 ให้กรรมการสถาบันมีวาระอยู่ในตำแหน่งไม่เกินกว่าวาระของกรรมการสภาที่แต่งตั้ง กรรมการสถาบันเมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว จะรับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้
ข้อ 12 นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 11 กรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3) คณะกรรมการสภามีมติให้ออก
     (4) ในกรณีที่กรรมการสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภา
     (5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 13 เมื่อกรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและวาระกรรมการผู้นั้นเหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันแทนภายในสามสิบวันและให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการสถาบันซึ่งตนแทน
ข้อ 14 ในกรณีที่กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนอกจากการพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ตามข้อ 24 ให้กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่งเพื่อดำเนินกิจการของสถาบันต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่เข้ารับหน้าที่
 ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่โดยทันที
ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสถาบันว่างลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่เป็นองค์ประชุมตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ให้คณะกรรมการสถาบันที่เหลืออยู่กระทำการในนามของคณะกรรมการสถาบันต่อไปได้แต่เฉพาะกิจการเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสภาจะแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันครบจำนวนที่เป็นองค์ประชุม
ข้อ 15 คณะกรรมการสถาบันมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสถาบันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ตามข้อ 5 รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
     (1) ออกระเบียบในเรื่องที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายในเกี่ยวกับกิจการของสถาบัน
     (2) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบัน อนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น เพื่อพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ หรือทำกิจการเฉพาะอย่างอันอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสถาบัน ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการสถาบันได้
 การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบใด ๆ ตามข้อบังคับฉบับนี้จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 และข้อบังคับ
ข้อ 16 ให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งกรรมการบริหารสถาบันจากกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน ซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่คณะกรรมการสถาบันกำหนด แต่ไม่เกินกว่าวาระของคณะกรรมการสถาบันชุดที่แต่งตั้ง
การประชุม องค์ประชุม และการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการบริหารสถาบันให้นำข้อกำหนดตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบันของข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 17 กรรมการบริหารสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 ของข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 18 นอกจากพ้นตำแหน่งตามวาระตามข้อ 16 กรรมการบริหารสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3) คณะกรรมการสถาบันมีมติให้ออก
     (4) ในกรณีที่กรรมการบริหารสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภา
     (5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 19 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการสถาบันในปี ที่ล่วงมาและคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อคณะกรรมการสภาภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุก ๆ ปีพร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปี

หมวด 3
การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน

ข้อ 20 การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ต้องมีกรรมการสถาบันมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดตามข้อ 9 จึงจะเป็นองค์ประชุมให้ประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสถาบันไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานและรองประธานสถาบันไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมากกรรมการสถาบันคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาดในการประชุมคณะกรรมการสถาบันถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการสถาบันผู้ใด กรรมการสถาบันผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง กรรมการสถาบันอาจมอบหมายให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงแทนตนได้ โดยต้องนำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อประธานในที่ประชุมก่อนเริ่มการประชุม
ข้อ 21 ในการเรียกประชุมทุกคราว ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้กรรมการสถาบันทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการก่อนวันนัดประชุม โดยระบุ วัน เวลาและสถานที่ประชุม และเรื่องที่จะประชุมปรึกษา
ข้อ 22 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละสองครั้ง เว้นแต่คณะกรรมการสถาบันจะเห็นเป็นอย่างอื่น

หมวด 4
การควบคุมของสภา

ข้อ 23 ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการใด ๆ ของสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบัน
(2) สั่งให้สถาบัน คณะกรรมการสถาบันหรือกรรมการสถาบันระงับหรือแก้ไขการกระทำใด ๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 ข้อบังคับสภา มติของสภา หรือวัตถุประสงค์ของสถาบัน
ข้อ 24 เมื่อปรากฏว่าสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสภาตามข้อ 23 หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภา ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจสั่งให้กรรมการสถาบันคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีเช่นนี้ กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสถาบันอีก  เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่ง
ข้อ 25 ในกรณีที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ตามข้อ 24 ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งบุคคลจากกรรมการสภา จำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคนแต่ไม่เกินสิบเจ็ดคน เป็นคณะกรรมการสถาบันชั่วคราวในวันเดียวกันกับวันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง  และให้นำความในมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
         ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็น และ        เมื่อกรรมการสถาบันคณะใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว  ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง

หมวด 5
บทเฉพาะกาล

ข้อ 26 ให้คณะกรรมการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต และกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับเป็นคณะกรรมการสถาบันและคณะกรรมการบริหารตามลำดับต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้ หรือจนกว่าคณะกรรมการสภาหรือคณะกรรมการสถาบันมีมติเป็นอย่างอื่น


ให้ไว้ ณ วันที่ วันที่ 31 พฤษภาคม 2552

    ลงชื่อ

(นายสันติ  วิลาสศักดานนท์)
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

จำนวนคนอ่าน : 152489 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย