24 ตุลาคม 2562 องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development: TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้จัดงานแถลงข่าว ก้าวสำคัญของภาคธุรกิจไทย (TBCSD) : เดินหน้าร่วมแก้ไขปัญหา PM 2.5 ณ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) อาคาร ENCO B กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุและแนวทาง การรับมือกับ PM 2.5 พร้อมทั้งแถลงมาตรการที่ TBCSD จะดำเนินการโดยสมัครใจและการสร้างการรับรู้ของประชาชนโดยทั่วไป เพื่อร่วมแก้ปัญหา PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ

คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานของ TBCSD ได้กล่าวถึงความเป็นมาของ TBCSD และการเป็นผู้นำของภาคธุรกิจเพื่อร่วมแก้ปัญหา PM 2.5 โดย TBCSD ก่อตั้งมาเกือบ 30 ปีแล้ว ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจชั้นนำในประเทศไทย และมีสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เป็นสำนักงานเลขาธิการ ปัจจุบัน TBCSD มีสมาชิกกว่า 40 องค์กร และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา TBCSD ได้เปิดตัว New Chapter อย่างเป็นทางการ ภายใต้พันธกิจ “ส่งเสริมให้ธุรกิจในประเทศไทยมีความยั่งยืนและประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่ยั่งยืน” ทั้งนี้ TBCSD จะดำเนินงานในประเด็นสำคัญ ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ (Country Issue) เช่น PM 2.5 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาอาศ (Climate Change) การจัดการขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติก และ ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของประเทศ สำหรับปัญหา PM 2.5 นั้นถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการโดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เนื่องจากปัญหานี้ส่งผลกระทบกับทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง โดย TBCSD ได้หารือถึงสาเหตุของปัญหา และกำหนดมาตรการเพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกโดยสมัครใจ ในการร่วมแก้ไขปัญหานี้

ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศของ TEI กล่าวว่า จริงๆ แล้วค่าเฉลี่ยรายปีของ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2554-2561 มีค่าลดลงทุกปี แต่กรุงเทพฯ ต้องประสบปัญหาค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานทุกปีในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากปัจจัยด้านภูมิอากาศ ซึ่งมีอากาศที่ปิดทำให้มลพิษทางอากาศและ PM 2.5 ไม่สามารถกระจายออกไปได้ แต่กลับถูกกักไว้ในชั้นบรรยากาศที่ติดกับพื้นดิน ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์ถึงแหล่งของ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ พบว่าเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยสาเหตุหลัก     3 อันดับแรกมาจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ดีเซล การเผามวลชีวภาพในที่โล่ง และ secondary particles จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ยังพบว่าค่ามลพิษทางอากาศจะสูงขึ้นเมื่อการจราจรติดขัดมากขึ้น อีกด้วย สำหรับแหล่ง PM 2.5 หลักๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย คือ การเผาในที่โล่ง เช่น การเผาขยะ การเผาจากการเกษตรและไฟป่า สำหรับมาตรการแก้ปัญหา PM 2.5 สามารถทำได้โดยการลด PM 2.5 จากแหล่งกำเนิด กำจัดมลพิษออกจากอากาศ หรือลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

จากนั้น ดร.วิจารย์ สิมาฉายา เลขาธิการของ TBCSD และผู้อำนวยการ TEI ได้แถลงถึงแนวทางความร่วมมือของสมาชิก TBCSD เพื่อร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีเดือนธันวาคม ถึงต้นปีเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม โดยเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ มาตรการที่ TBCSD จะดำเนินการเองโดยสมัครใจ มาตรการที่ขอความร่วมมือจากสมาชิก และการสร้างการรับรู้ของประชาชนโดยทั่วไป มาตรการที่ดำเนินการเองโดยสมัครใจ TBCSD จะขับเคลื่อนเรื่องการตรวจสภาพและบำรุงรักษารถและเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ การบรรทุกและขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ (Loading Efficiency) และการมีพฤติกรรมการขับขี่ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ (Driving Behavior) ในส่วนของมาตรการขอความร่วมมือในช่วงวิกฤต PM2.5 สมาชิกของ TBCSD จะพิจารณาใช้น้ำมันที่เป็น Bio-based (น้ำมัน B ต่างๆ) หรือ NGV หรือน้ำมันที่มีค่ากำมะถันต่ำ (ไม่เกิน 10 ppm) ตามความเหมาะสมของประเภทเครื่องยนต์ เพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและหลีกเลี่ยงการนำรถดีเซลเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ลดการใช้รถใช้ถนนโดยอาจให้พนักงานบางส่วนทำงานจากบ้านหรือมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น ส่งเสริมให้พนักงานใช้คมนาคมสาธารณะหรือหลีกเลี่ยงการใช้รถดีเซล และสนับสนุนการลดการเผาในที่โล่ง  ในส่วนของการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนโดยทั่วไปนั้นจะมีการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกและใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ซึ่งสามารถส่งข้อมูลถึงคนได้ในวงกว้างและรวดเร็ว

นอกจากนี้ TBCSD ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นธุรกิจชั้นนำของประเทศเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ยังได้มีการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และ ลดผลกระทบในทุกด้านทั้งในช่วงวิกฤตและในระยะยาว เช่น การคิดค้น ประดิษฐ์ และนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ การใช้ระบบสื่อสารที่ทันสมัยเพื่อกระตุ้นการรับรู้ของประชาชน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเกษตรแบบไม่เผา และการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ประชาสังคม และภาคธุรกิจอื่นๆ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม และส่งผลกระทบในวงกว้างของประเทศ

รวมถึง คุณนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริหาร TBCSD ได้กล่าวถึงแผนดำเนินงานในการลด PM 2.5 ของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน

คุณวีระ อัครพุทธิพร กรรมการสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรของ TBCSD ได้แถลงถึงบทบาทของ ส.อ.ท. ในการร่วมสนับสนุนแก้ไขปัญหา PM 2.5 ส.อ.ท. มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ผ่านโครงการส่งเสริมระบบบริหารจัดการพลังงานในภาคขนส่ง (Logistics and Transport Management: LTM) นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในกระบวนการผลิตและการขนส่ง รวมถึง การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์และใช้เชื้อเพลิงสะอาด และการเพิ่มมาตรการ ตรวจติดตามและป้องกันฝุ่นอย่างใกล้ชิด สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในบริบทของภาคธุรกิจไทย (TBCSD) โดยเฉพาะมาตรการด้าน Logistic/Transportation ส.อ.ท. ได้ขอความร่วมมือจากสมาชิก ส.อ.ท. ให้นำมาตรการดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

X
X