วันพุธที่ 28 เมษายน 2564 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กกร. นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวผลการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้แทนภาคเอกชน เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนระหว่าง ภาครัฐและภาคเอกชน เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จัดการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือ การจัดหาวัคซีนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เมื่อวันท่ี 28 เมษายน 2564 ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนราชการและภาคเอกชนท่ีเกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมนั้น โดยนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ เรื่อง “แนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีน ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (กกร.)” ดังนี้

“ด้านการกระจายและฉีดวัคซีน”
เห็นชอบแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกระจายและฉีดวัคซีนของกลุ่มเป้าหมาย ท้ังใน พื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับต่างจังหวัดให้ผ่านกลไก กรอ. กลุ่มจังหวัดและระดับจังหวัด และให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย และ หน่วยงานภาครัฐท่ีเกี่ยวข้อง รับไปพิจารณาเร่งรัดจัดทำแผนการจัดหาและการกระจายวัคซีน และพิจารณารายละเอียดของต้นแบบ (Model) การกระจายฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยให้ความสำคัญกับความพร้อมของสถานที่ บุคลากร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และคำนึงถึงมาตรการด้าน สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การกระจายการให้บริการเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

“ด้านการสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์”
ให้ภาคเอกชนรับไปประสานเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปดำเนินการ สร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนเพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชน เช่น การจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ การลงทะเบียนที่มีประสิทธิภาพ การจัดหาสถานที่ฉีดวัคซีนที่เหมาะสมการอำนวย ความสะดวกในการเดินทางในการฉีดวัคซีน และการดูแลรักษาภายหลังจากการฉีดวัคซีน พร้อมทั้งการ พิจารณากำหนดผู้ประสานงานหลัก (Focal point) ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ชัดเจน และกำหนด แนวทางการประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ของวัคซีนอย่างถูกต้องในรูปแบบ Single Message เพื่อให้การ สื่อสารเป็นเอกภาพ

“ด้านการสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวกระบบงานต่างๆ”
ให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง รับไปพิจารณาระบบการลงทะเบียนและการติดตามผู้ฉีดวัคซีนของภาคเอกชนให้เชื่อมโยงกับระบบของธนาคารกรุงไทยอย่างมีเอกภาพโดยตรง และให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานดูแลการลงทะเบียนใน 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก ประกอบด้วย 1) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขท้ังภาครัฐและเอกชน 2) เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เช่น ทหาร ตารวจตรวจคนเข้าเมือง 3) ประชาชนที่มีโรคประจำตัว 4) ประชาชนสูงอายุ 60 ปีข้ึนไป และ 5) ประชาชนในพื้นท่ีระบาดผ่านแอพลิเคชัน “หมอพร้อม” ต่อไป

“ด้านการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม”
ให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) รับไป พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน
ให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์) ร่วมกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินจัดทำแผนการบริหารจัดหาวัคซีนและกระจายวัคซีนให้เป็นระบบและเกิดผลเป็นรูปธรรม

ที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

X
X