วันที่ 22 เมษายน 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมหารือมาตรการให้ความช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในโอกาส ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เข้าตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรมและร่วมประชุม โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ในการนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เสนอ 5 มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ในระยะวิกฤติ จากผลกระทบ COVID-19 ดังนี้

1) มาตรการด้านภาษี
1. ให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ SME 3 ปี ทุกธุรกิจ (ปีภาษี 63-65) โดยจะต้องเข้าระบบ E-Filling
2. ให้กรมสรรพากรเร่งรัดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนที่ชำระเกินภายใน 30 วัน
3. ขยายเพดานค่าลดหย่อนภาษีการกุศลของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในปี 2563 โดยไม่จำกัดเพดาน
4. ปรับอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทุกประเภทเป็นอัตราเดียว คือ 1% เฉพาะปี 63

2) มาตรการด้านการเงิน
1. สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ บสย. ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น 80%
2. สถาบันการเงินปรับลดระยะเวลาพิจารณาประวัติการผิดนัดชำระหนี้ในเครดิตบูโร จาก 3 ปี เหลือ 1 ปี
3. ขอให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชนในการจัดตั้ง Private Equity Trust ภายใต้กำกับของ กลต. โดยเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจโรงแรมที่มีปัญหาเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

3) มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน
1. ลดค่าจดจำนองและค่าโอนที่ดินเหลือ 0.01% เฉพาะปี 63
2. ขอให้ยกเลิกการคิดไฟฟ้าตามเกณฑ์การใช้กระแสไฟฟ้าขั้นต่ำ (Demand Charge) จนถึงสิ้นปี 2563 โดยคิดเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ใช้ตามจริง
3. ขอให้พิจารณาคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับธุรกิจ SMEs ที่ใช้มิเตอร์ขนาดไม่เกิน 50 แอมป์ด้วย เพื่อจะได้นำมาเป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจช่วงวิกฤติ
4. ชะลอการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไป 1 ปี

4) มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน
1. ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน
2. ผ่อนผันการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ (Work Permit) รวมถึงแรงงานต่างด้าว ไป 6 เดือน
3. ช่วยเหลือแรงงานที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท โดยขอให้รัฐจ่าย 50% บริษัทจ่าย 25% สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและยังมีการผลิตอยู่บางส่วน

5) มาตรการด้านอื่น
1. ให้รัฐประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการจัดซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) และให้เพิ่มแต้มต่อสำหรับธุรกิจ SMEs
2. เลื่อนการบังคับใช้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA)
3. ขอขยายสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐออกไป 4 เดือน
4. ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐใช้ระบบ Online ในการออกใบอนุญาตและรับชำระค่าธรรมเนียม รวมทั้งบริการอื่นๆ
5. กกร. ได้จัดตั้ง E-Commerce Platform เพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทย โดยขอให้ภาครัฐสนับสนุนการจัดตั้งและดำเนินการ
6. จัดตั้งกองทุนนวัตกรรม (Innovation Fund) เพื่อสนับสนุนด้านนวัตกรรมให้แก่ SMEs โดยภาคเอกชนที่ร่วมบริจาคสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 3 เท่า

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังสนับสนุนเรื่องการผลักดันเรื่อง Local Economy ซึ่งประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกๆ ที่ให้ความสำคัญการฟื้นฟูเศรษฐกิจในท้องถิ่นเพื่อผลิตจำหน่ายภายในประเทศทดแทนการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยภาครัฐและเอกชนต้องเข้าไปช่วยเป็นระบบ ตั้งแต่การผลิต Logistic และช่วยเรื่อง Distribute สินค้า โดยใช้ Ecommerce platform ซึ่งจะมีการหารือร่วมกับกระทรวงคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม​ สภาหอการค้า สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์ SME และผู้ค้าปลีกต่อไป เพื่อเป็นการสร้าง New Normal ของประเทศ และอีกหนึ่งเรื่องคือ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ​จะเสนอแผนการช่วยเหลือเป็นราย Sector เช่น ท่องเที่ยว อาหาร เป็นต้น เพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม
ซึ่งวันนี้ต้องขอขอบคุณภาครัฐ ที่ให้ความสำคัญและลงมาช่วยแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว และขอให้ผู้ที่อยู่ในภาคเอกชนมาช่วยกันเพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤตการณ์​ครั้งนี้ไปด้วยกัน

X
X