วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2563 คุณสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคุณมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากธนาคารโลกประจำประเทศไทย และคุณบุณฑริกา แสงอรุณ ผู้ช่วยโครงการฯ เพื่อรายงานผลเรื่อง “Productivity for Prosperity” พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมไทย ณ ห้อง 803 ชั้น 8 สภาอุตสาหกรรมฯ

โดย ดร.เกียรติพงศ์ ได้ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยต้องมีการเพิ่มผลิตภาพ (Total Factor Productivity Growth) ประมาณร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางภายในปี 2580 และจะต้องมีการลงทุนรวมจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขยายตัวสูงกว่าร้อยละ 40 ดังนั้น เศรษฐกิจไทยต้องมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ด้านคุณสุพันธุ์ ได้ให้ความเห็นว่า การจะเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมไทย นโยบายและกฏระเบียบต่างๆ ต้องมีความเอื้ออำนวยมากขึ้น จากปัจจุบันที่ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่เป็น SMEs ที่เผชิญอุปสรรคทั้งด้านกฎระเบียบที่มีความเข้มงวดและซับซ้อน และไม่ทันสมัย รวมทั้งการประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ในกระบวนการผลิต เช่น การสนับสนุนให้นำ e-commerce, IoT, robotics เข้ามาใช้ให้มากขึ้น ขณะที่คุณมนตรีกล่าวเสริมว่า ภาครัฐควรต้องให้ความสำคัญกับนโยบายการใช้สินค้าไทยมากขึ้น ใช้ Made in Thailand 2020 เพื่อเพิ่ม Local Content ให้มากขึ้น ประเทศต้องปรับโครงสร้างจากการพึ่งพาการส่งออกให้มาเป็นการสร้างการเติบโตจากภายในประเทศ อุตสาหกรรมไทยต้องมุ่งสู่ S-Curve และ New S-Curve รวมทั้งการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของเมืองหลักเมืองรองเพื่อสร้างการเติบโต และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ไทยให้มีประสิทธิภาพและแข่งขันได้

X
X