สสว. จัดงบ 5 หมื่นล้าน หนุนเอสเอ็มอีชายขอบที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ คาดมีผู้ประกอบการกว่า 7.65 แสนรายจะได้รับความช่วยเหลือ พร้อมเร่งปรับระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เปิดช่องให้เอสเอ็มอีในท้องถิ่น เข้าถึงเม็ดเงินกว่า 4 แสนล้านบาท เผยปี 2563 สสว.ช่วยเอสเอ็มอีไปแล้วกว่า 1.46 แสนราย ตั้งเป้าทั้งปี 2563 ช่วยเหลือเอสเอ็มอี 2.26 แสนราย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เดินทางมาตรวจเยี่ยมและประชุมมอบนโยบายการช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แก่ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมี นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุม
นายสมคิด เปิดเผยว่า แนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และไมโครเอสเอ็มอีทีได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 ได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการชายขอบที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ โดยได้จัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ ที่ไม่เคยได้รับสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และ ไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน วงเงินงบประมาณ 50,000 ล้านบาท คาดว่าผู้ประกอบการจะได้รับความช่วยเหลือ จำนวน 765,000 ราย

โดยกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือนิติบุคคล และวิสาหกิจชุมชนที่มีการจดทะเบียน หรือที่ไม่ได้จดทะเบียน แต่จะต้องมีคุณสมบัติหลักๆ 3 ข้อ ได้แก่ 1. เป็นสมาชิก สสว. 2. เป็นผู้ประกอบการ SME ที่ไม่เคยมีสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบัน 3. ผู้ขอสินเชื่อต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้ หรือค้างชำระค่างวดตามเงื่อนไขไม่เกิน 4 งวด ในโครงการพลิกฟื้น SMEs และโครงการฟื้นฟู SMEs ของ สสว.เป็นการเติมพลังต่อทุนให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2563 สำหรับรายละเอียดเงื่อนไขและกติกาต่างๆ จะแจ้งให้ทราบภายหลังจากที่ผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ สสว. จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในแต่ละปีมีวงเงินสูงมาก โดยในปี 2562 มีมูลค่าตลาดภาครัฐทั้งหมดกว่า 1.3 ล้านล้านบาท หากช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ 30 เปอร์เซ็นต์ จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการกว่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ามาตการดังกล่าว จะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2563 นี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับเอสเอ็มอีอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ แนวทางสนับสนุนจะมี 2 แนวทาง ได้แก่

X
X