วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการผลิตหน้ากากช่วงสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล และ คุณเวทิต โชควัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ และผู้แทนจากบริษัทเอกชน อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย, บริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป, บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด, บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด, บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บิ๊กซี, ท็อปส์, แม็คโคร และ 7-ELEVEN เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่หก กรุงเทพฯ

         ดร.สมคิด กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงอุตสาหกรรมผลิตหน้ากากชนิดผ้าจำนวน 10 ล้านชิ้น (ในราคา 5 บาท จำนวน 5 ล้านชิ้น และในราคา 7 บาท จำนวน 5 ล้านชิ้น) ภายในระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งจะให้แจกจ่ายประชาชนเร็วที่สุดภายใน 2 สัปดาห์นี้ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หารือร่วมกับผู้ประกอบการในด้านการผลิตและการจัดจำหน่าย โดยเบื้องต้นจะมีการจำหน่ายหน้ากากผ้าผ่านร้านสะดวกซื้อ, สถานีบริการน้ำมัน ปตท. และช่องทางอื่นๆ นอกจากนี้ยังยืนยันว่าสินค้าอุปโภคบริโภคจะไม่ขาดตลาดแน่นอน นอกจากนี้ ขอให้ภาคเอกชนเร่งการผลิตเจลล้างมือ โดยได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหารือในเรื่องการแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยเบื้องต้นมีบริษัทที่มีความพร้อมในการผลิต อาทิ ปตท., ยูนิลีเวอร์, สหพัฒน์, และ BJC รวมทั้งขอให้ภาคเอกชนพิจารณาระบบขนส่ง (Logistics) การขนส่งสินค้าให้ทั่วถึง และการเปิดช่องทางการซื้อสินค้าออนไลน์ให้กับประชาชน และที่สำคัญขอให้ภาคเอกชนร่วมมือกันชะลอการเลิกจ้างและดูแลพนักงานเพื่อลดความเป็นไปได้ในการแพร่กระจายของ COVID-19 ทั้งนี้ ภาครัฐจะรับประเด็นไปพิจารณา อาทิ การทบทวนอัตราภาษีนำเข้าหน้ากากอนามัย เป็นต้น

          นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้จัดเตรียมหน้ากากผ้า 1 แสนชิ้น เพื่อมอบให้กับ 10 โรงพยาบาลรัฐ และเตรียมอีก 2 แสนชิ้นเพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกผู้ประกอบการทั่วประเทศในราคาต้นทุนเพียง 5 บาท ขณะนี้กำลังเร่งส่งมอบและจำหน่ายโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ได้ประสานสมาชิกผู้ผลิตเอทานอล 26 ราย เพื่อขอความร่วมมือในการเร่งผลิตเอทานอลจำนวน 300,000 ลิตร รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อนำไปบริจาคให้โรงพยาบาลที่มีความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดหาบรรจุภัณฑ์ และแนวทางการแจกจ่าย นอกจากนี้ยังกล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่มมีทั้งหมด 53,642 โรงงาน แบ่งออกเป็นโรงงานแปรรูปผลิตผลทางเกษตรเบื้องต้น 43,725 โรงงาน โรงงานแปรรูปอาหาร 9,102 โรงงาน โรงงานผลิตเครื่องดื่ม 815 โรงงาน มีมูลค่าการผลิตอาหารราว 3 ล้านล้านบาทต่อปี จำหน่ายในประเทศประมาณ 2 ล้านล้านบาทต่อปี และส่งออกต่างประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี และหากแยกประเภทผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนมีความต้องการในช่วงสภาวะการแพร่ระบาดของ COVID-19 ประกอบด้วย 1.ข้าวสาร ผลผลิตข้าวในประเทศมีปริมาณ 18.72 ล้านตันข้าวสาร โดยมีความต้องการใช้ในประเทศ 11.5 ล้านตัน แบ่งออกเป็นการใช้บริโภคในประเทศ 8.66 ล้านตันข้าวสาร ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป 1.56 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งนับว่ามีสัดส่วนการผลิตและความต้องการใช้มีปริมาณเพียงพอ 2.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กำลังการผลิต 10 ล้านซองต่อวัน และสามารถผลิตเพิ่มได้ถึง 15 ล้านซองต่อวัน กำลังการผลิต (ต่อเดือน) 2.95 หมื่นตัน กำลังการผลิตที่ใช้ไป 79% 3. ปลากระป๋อง กำลังการผลิต (ต่อเดือน) 22,679 ตัน กำลังการผลิตที่ใช้ไป 50% 4. น้ำดื่ม กำลังการผลิต (ต่อเดือน) 444 ล้านลิตร กำลังการผลิตที่ใช้ไป 67% 5.ซอสปรุงรสต่าง ๆ กำลังการผลิต (ต่อเดือน) 7.9 ล้านลิตร กำลังการผลิตที่ใช้ไป 96% ดังนั้น จึงขอยืนยันว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีกำลังการผลิตเพียงพอต่อความต้องการในประเทศแน่นอน

 

 

 

X
X