วานนี้ 8 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา นายเจน นำชัยศิริ ประธานกิตติมศักดิ์ ส.อ.ท. พร้อมด้วย นายมานะผล ภู่สมบุญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส ส.อ.ท. ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายเกรียงไกร เธียรนุกุล นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต นายถาวร ชลัษเฐียร นายชาติชาย พานิชชีวะ นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธาน ส.อ.ท. ดร.อรพินท์ เสริมประภาศิลป์ เหรัญญิก ส.อ.ท. นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ นายทะเบียน ส.อ.ท. นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช และนายอรุณ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการ ส.อ.ท. เข้าร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม นายพงส์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์ ส.อ.ท. ณ ศาลาร้อยปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพ

นายพงศ์ สารสิน เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2740 เป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมไทยเมื่อปี 2525-2529 ผลงานเด่น

พ.ศ. 2509 ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วย นายบุญยง ว่องวานิช, นายยงศิลป เรืองศุข, นายเพียรศักดิ์ ซอโสตถิกุล, นายพงส์ สารสิน, นายทวี บุณยเกตุ, นายบรรเจิด ชลวิจารณ์, นายพานิช สัมภวคุปต์, พล.ต. ประมาณ อดิเรกสาร (ภายหลังเป็น พล.ต.อ. ประมาณ อดิเรกสาร), นายบุญถม เย็นมะโนช, นายอุบล จุลไพบูลย์, นายทินกร พันธ์กระวี, หลวงชำนาญอักษร, นายสพรั่ง เทพหัสดิน ณ อยุธยา, นายทวี มีแสงพราว, นายชุมสาย หัสดิน, นายถาวร พรประภา, นายเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง, นายแขนง บุปผเวส, พล.ร.ต.ชาลี สินธุโสภณ, นายชำนิ วิศวผลบุญ, นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์, นายไพโรจน์ ชัยพร,นายเสนาะ นิลกำแหง,นายเชาวน์ เชาวน์ขวัญยืน, นายดำหริ ดารกานนท์, นพ. เกริก ผลนิวาสน์, นายบุญสืบ ชนารัตน์ และนายอุดม วิทยะสิรินันท์ มีแนวคิดร่วมกันจัดตั้งหน่วยงานเป็นศูนย์กลางให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมได้พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อพัฒนากิจการอุตสาหกรรมของประเทศให้รุ่งเรือง เป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น สร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ

หนึ่งปีหลังจากนั้น พ.ศ. 2510 ผู้ประกอบการกลุ่มนั้น ได้ยื่นจดทะเบียนเป็นสมาคมการค้ากับกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในนาม “สมาคมอุตสาหกรรมไทย” และกำหนดวัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม มีสาระสำคัญ ดังนี้

1)เป็นศูนย์รวมและเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั้งประเทศ
2)สนองตอบความต้องการของสมาชิกและสังคมอุตสาหกรรมของประเทศ โดยสมาคมฯ ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั้งที่เป็นอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการไทย และผู้ประกอบการต่างประเทศที่ลงทุนในประเทศไทย
3)สมาชิกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สร้างสรรค์ ส่งเสริมมิตรภาพระหว่างกัน
4)ดำเนินการค้นคว้า วิจัย ส่งเสริม เผยแพร่ วิชาการ เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันกับต่างประเทศได้ พร้อมทั้งรักษาและส่งเสริมให้การประกอบการอุตสาหกรรมได้สำเร็จลุล่วง ตามเป้าหมาย
5)สร้างศักยภาพและโอกาสให้อุตสาหกรรมไทยขยายตัวกว้างขวางขึ้น และก้าวหน้า เป็นหลักของเศรษฐกิจแห่งชาติ
ช่วงเริ่มก่อตั้งที่ยังไม่มีสำนักงานที่ทำการ ปี 2510 – 2514 อนุญาตให้ใช้ อาคารสารสินที่ถนนสีลม เป็นที่ตั้งสำนักงานสมาคมอุตสาหกรรมแห่งแรก

•หลังจากนั้นราว 3 เดือน เมื่อสมาคมอุตสาหกรรมไทยถือกำเนิดขึ้น ภารกิจสำคัญในระยะแรกคือ สร้างองค์กรหรือกลไกต่าง ๆ ให้สมาคมทำหน้าที่ “หอการค้าและอุตสาหกรรม” ของประเทศไทย ประสานงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐบาลของอาเซียน

•นอกจากนั้น สมาคมมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหว ผลักดันให้หอการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมมือกันเป็น “สหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมอาเซียน” ASEAN Chambers of Commerce and Industry – ASEAN CCI และเป็นที่มาของการก่อตั้ง “คณะกรรมการร่วมหอการค้าไทย สมาคมอุตสาหกรรมไทย และสมาคมธนาคารไทย” หรือที่รู้จักกันในนาม คณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน หรือ กกร. (Joint Standing Committee on Commerce Industry and Banking-JSCCIB) ในกาลต่อมา

•ในยุคที่นายพงส์ สารสิน เป็นนายกสมาคมนั้น ก็ได้ทำให้สมาคมเป็นศูนย์กลาง เป็นที่พบปะชุมนุมกัน เป็นที่ก่อกำเนิดความคิดใหม่ ๆ หลายเรื่อง รวมทั้งเป็นผู้ริเริมจัดตั้ง “กองทุนเงินทุนบริจาค (Endowment Fund)” ขึ้น โดยสมาชิกได้ร่วมกันสบทบทุนได้ถึง 10 ล้านบาท และนำดอกเบี้ยจากเงินจำนวนนี้มาใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีเสถียรภาพในด้านการเงินมากขึ้น ซึ่งภายหลังกองทุนนี้ได้เปลี่ยนสถานะเป็น “มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม” และกลายเป็นรากฐานที่สนับสนุนให้ฐานะของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีหลักทำให้สามารถให้บริการและจัดกิจกรรมได้มั่นคงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

•ความสามารถของผู้นำองค์กร กอปรกับความร่วมแรงร่วมใจของคณะกรรมการ สมาชิก ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกคน ได้หลอมรวมเป็นการทำงานที่สร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่สมาคมอย่างมาก และหลังจากที่ใช้ชีวิตยิปซีมา 10 กว่าปี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2523สมาคมก็มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง โดยได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ที่ดินเพื่อสร้างสำนักงาน โดยตั้งอยู่เลขที่ 394/14 ถนนสามเสน ตรงข้ามหอสมุดแห่งชาติเยื้องท่าวาสุกรี และย้ายเข้ามาประจำการอยู่ที่นี่เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2523

X
X