เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาได้มีการประชุมในลักษณะ VDO Conference ของคณะกรรมการสายงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3/2563 โดยมีคุณวีระศักดิ์  โฆสิตไพศาล เป็นประธาน ที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินงานสำคัญตลอดปี 2561 – 2563 และประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามของงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ประจำปี 2563 ในการส่งเสริมการค้า    การลงทุน และส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสมาชิก ส.อ.ท. กับต่างประเทศ ดังนี้

          ประสานความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อผลักดันข้อเสนอด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ (FTA) ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ประกอบไปด้วย (1) ท่าทีการเจรจาทบทวนการเปิดตลาดภายใต้ FTA ที่บังคับใช้แล้ว อาทิ ไทย ชิลี, ไทย ญี่ปุ่น, อาเซียน จีน (2) ผลักดันท่าทีการเจรจา FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจา อาทิ BIMSTEC, RCEP, ไทย ตุรกี, ไทย ปากีสถาน, ไทย ศรีลังกา (3) หารือความเห็นที่มีต่อการเจรจา FTA ในอนาคต อาทิ ความตกลงฯ CPTPP, ไทย สหภาพยุโรป, ไทย ฮ่องกง (4) การให้ความเห็นต่อการเจรจาความตกลง อาทิ E-Commerce ในกรอบ WTO และการเตรียมการเขียนคำร้องเพื่อคงสิทธิ GSP ที่ได้รับจากสหรัฐอเมริกา (5) ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ในฐานะ German Alliance for Trade Facilitation ในโครงการอำนวยความสะดวกทางการค้าในไทย

        เสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างส.อ.ท.กับหน่วยงานต่างประเทศ  กิจกรรมประกอบด้วย (1) การรับคณะผู้แทนจากต่างประเทศต่างๆ ที่เข้ามาเยือน ได้แก่คณะผู้บริหาร Japan-Thailand Business Forum (JTBF) คณะผู้แทนการค้ายุโรป คณะจากสภาอุตสาหกรรมแห่งชาติสาธารณรัฐสิงคโปร์ คณะนักธุรกิจจากแคนาดา คณะผู้แทนจากหอการค้าและอุตหาหกรรมเมืองละฮอร์  ปากีสถาน รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของสาธารณรัฐฟินแลนด์และคณะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือของสาธารณรัฐติมอร์-เลสเต คณะจากกรมการค้า กระทรวงเศรษฐกิจ ราชอาณาจักรภูฎาน นายกเทศมนตรีเมืองชางวอนและนักลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจากประเทศเกาหลีใต้ เอกอัครราชทูตไทยประจำบราซิลและคณะนักธุรกิจจากบราซิล ผู้บริหารหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) เพื่อหารือถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทย การค้า และอุตสาหกรรม เป็นต้น

(2) ต้อนรับเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย อาทิ คาซัคสถาน ฮังการี สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐไอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส เนปาล และปากีสถาน เป็นต้น (3) เข้าร่วมกิจกรรมการงานเฉลิมฉลองและงานวันชาติของประเทศต่างๆ (4) การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ส.อ.ท. และ Chinese-Thai Enterprises Association และ Federation of Hong Kong Industries (FHKI) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและส่งเสริมโอกาสด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน

         การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในระดับนานาชาติ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าการลงทุน มีกิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย (1) เข้าร่วมประชุม/สัมมนาในระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันข้อเสนอที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไทย อาทิ การประชุม APEC Business Advisory Council ณ ประเทศนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ปาปัวนิวกินี สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และออสเตรเลีย ตามลำดับ เพื่อผลักดันในประเด็นการเสริมสร้างขีดความสามารถและขยายโอกาสทางการค้าผ่านช่องทางดิจิตัล การผลักดันระบบ E-Document ในการทำการค้าระหว่างประเทศ การสร้าง Circular Economy รวมทั้ง BCG Economy ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะร่วมขับเคลื่อนการเป็นเจ้าภาพเอเปคของประเทศไทยในปี 2022, การประชุม East Asia Business Council ณ สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย, การประชุม WTO Public Forum ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

(2) การเข้าร่วมประชุมในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างกัน ได้แก่ การประชุม Asian Business Summit (ABS) ณ ประเทศอินเดีย, การประชุม ASEAN-Australia Special Summit ณ ประเทศออสเตรเลีย (3) ร่วมกับสภาหอการค้าฯ และสมาคมธนาคารไทย จัดกิจกรรมอาเซียนภาคเอกชน ในฐานะที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ทั้งการจัดประชุมสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน จัดกิจกรรมระดับภูมิภาคโดยควมร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ งาน ASEAN Business and Investment Summit 2019 และ ASEAN Business Awards 2019 ในเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้น

         เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือและการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ (1) จัดกิจกรรมสัมมนา/บรรยายพิเศษเพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกส.อ.ท. ในเรื่อง “ผลการศึกษาในโครงการศึกษาเรื่อง การจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย –บังคลาเทศ”, “ข้อบทกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าและเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย – ตุรกี”, “ผลการศึกษาในโครงการศึกษาผลกระทบจากการเปิดตลาดการค้าสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีของไทยและแนวทางการเจรจาในอนาคตและ “Libra สกุลเงินดิจิทัลในอนาคต” และการจัดสัมมนาในหัวข้อ “กฏว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าและการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรระหว่างประเทศไทยกับประเทศภาคีความตกลงฯ” (2) การเผยแพร่ข้อมูลด้านความร่วมมือและข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ในศูนย์ข้อมูลของ ส.อ.ท. WWW.FTIKM.COM

ในวาระต่อไป จะต้องมีการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันประเด็นสำคัญๆ อาทิ  การเจรจาในประเด็นคงค้างในกรอบ RCEP การเจรจาข้อบทต่างๆ ภายใต้ FTA ไทย – ตุรกี, ไทย ศรีลังกา และไทย ปากีสถาน, ผลักดันให้เกิดการเจรจา FTA เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการค้ากับ สหราชอาณาจักร (UK) สหภาพยุโรป (EU) และความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) การติดตามผลการเจรจากรณีสหรัฐอเมริการะงับการให้สิทธิ GSP สินค้าไทย เตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์กับสหราชอาณาจักรในกรณี BREXIT ผลักดันการจัดตั้งคณะทำงาน AHEAD  ทั้งในระดับประเทศและระดับอาเซียน และงาน Digital Trade Connect  ของ ASEAN BACผลักดันในประเด็นที่ APEC BAC ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง และสานต่อความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

 

 

X
X