พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

 พระ ราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 พ.ศ.2530
_____________________
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
 ให้ไว้ ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2530
 เป็นปีที่ 42 ในรัชกาลปัจจุบัน
        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช    มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ  และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้                       
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า   "พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2530"
 
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
  
           "อุตสาหกรรม" หมายความว่า วิสาหกิจซึ่งทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง           
            ทดลอง ทดสอบ ปรับปรุง ดัดแปลง หรือแปรสภาพสินค้า
 
           "ข้อบังคับ” หมายความว่า ข้อบังคับของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไ
 
           "สมาชิก"    หมายความว่า สมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
           "กรรมการ" หมายความว่า กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
           "พนักงาน" หมายความว่า พนักงานและลูกจ้างของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  
     
           "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
 
           "รัฐมนตรี"   หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
 
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้  และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด ๑

การจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
มาตรา ๕ ให้จัดตั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้น   มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล
 
มาตรา ๖ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
 
           (๑) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาคเอกชนในการประสานนโยบายและดำเนินงานระหว่าง
            เอกชนกับรัฐ
 
              (๒) ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรม
 
           (๓) ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมและกิจการที่เกี่ยวข้อง
 
           (๔) ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา วิจัย วิเคราะห์   ทดสอบ ทดลอง อบรม   เผยแพร่วิชาการและ
            เทคโนโลยีเกี่ยวกับอุตสาหกรรมให้แก่สมาชิก และอาจจัดเป็นบริการแก่สาธารณชนด้วยก็ได้
 
           (๕) ตรวจสอบสินค้า ออกใบรับรองแหล่งกำเนิดหรือใบรับรองคุณภาพของสินค้า
 
           (๖) ให้คำปรึกษาและเสนอข้อแนะนำแก่รัฐบาลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมของประเทศ
 
           (๗) ส่งเสริมนักอุตสาหกรรมและเป็นแหล่งกลางสำหรับนักอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยน
            ความคิดเห็นอันจะเป็นประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรม
 
           (๘) ควบคุมดูแลให้สมาชิกปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรม และกิจการที่เกี่ยว
            ข้อง เพื่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของวงการอุตสาหกรรม
 
           (๙) ปฏิบัติกิจการอื่นๆ   ตามแต่จะมีกฎหมายระบุให้เป็นหน้าที่ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
            หรือตามที่ทางราชการมอบหมาย
 
มาตรา ๗  ห้ามสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกระทำการใดๆ ดังต่อไปนี้
 
           (๑)  ประกอบวิสาหกิจ เข้าดำเนินการในการประกอบวิสาหกิจของบุคคลใดเข้าถือหุ้น เป็นหุ้นส่วนหรือ
            ร่วมทุนในการประกอบวิสาหกิจกับบุคคลใด   เว้นแต่เป็นการประกอบวิสาหกิจเพียงเพื่อให้บรรลุวัตถุ
            ประสงค์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๖
 
           (๒) ดำเนินการด้วยประการใดๆ ในอันที่จะกดราคาสินค้าหรือค่าบริการให้ตกต่ำหรือทำให้สูงเกิน
            สมควร หรือทำให้เกิดปั่นป่วนเกี่ยวกับราคาสินค้าหรือค่าบริการ
 
           (๓) ดำเนินการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัยของการประกอบ
            วิสาหกิจ เว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของประเทศ
 
           (๔) ดำเนินการด้วยประการใดๆ อันอาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความ
            สงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
 
           (๕) ให้กู้ยืมเงินหรือให้เงินแก่สมาชิกหรือบุคคลอื่นใด   เว้นแต่เป็นการให้กู้ยืมเพื่อเป็นการสงเคราะห์
            พนักงานหรือครอบครัวของพนักงานตามข้อบังคับ หรือเป็นการให้เพื่อการกุศลสาธารณะ หรือตาม
            หน้าที่ศีลธรรม หรือตามควรแก่อัธยาศัยในสังคม
 
           (๖) กีดกันหรือขัดขวางมิให้ผู้ใด ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกได้ตามพระราชบัญญัติและข้อบังคับ
            เข้าเป็นสมาชิก หรือให้สมาชิกออกจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยขัดต่อพระราช
            บัญญัติหรือข้อบังคับ
 
           (๗) แบ่งปันผลกำไรหรือรายได้ให้แก่สมาชิก
 
           (๘) ดำเนินการทางการเมือง 
 
มาตรา ๘ ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครและมีสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นได้ตามความจำเป็นการจัดตั้งสำนักงานสาขาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
 
มาตรา ๙ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอาจจัดให้สมาชิกที่ประกอบอุตสาหกรรม หรือส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมประเภทหรือชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอยู่ใน กลุ่มสมาชิกเดียวกันได้ เรียกว่า"กลุ่มอุตสาหกรรม" และอาจจัดให้สมาชิกที่ประกอบอุตสาหกรรมหรือส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมในเขตท้องที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกันอยู่ในกลุ่มสมาชิกเดียวกันได้ เรียกว่า "กลุ่มท้องที่"
การจัดกลุ่มสมาชิกดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อบังคับ
 
มาตรา ๑๐  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้
 
           (๑) ค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงของสมาชิก
 
           (๒) ทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้
 
           (๓) เงินรายได้อื่นๆ
 
มาตรา ๑๑ ห้ามบุคคลใดนอกจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ใช้ชื่อที่เป็นภาษาไทยว่า
"สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย" หรืออักษรต่างประเทศที่แปลหรืออ่านว่า “สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย"
 
หมวด ๒
สมาชิก กรรมการ และพนักงาน
มาตรา ๑๒  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีสมาชิกสองประเภท คือ
 
           (๑) สมาชิกสามัญ
 
           (๒) สมาชิกสมทบ
 
สมาชิกทั้งสองประเภทมีสิทธิและหน้าที่ตามที่กำหนดในข้อบังคับ
 
มาตรา ๑๓  สมาชิกสามัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้   
 
           (๑) เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และประกอบอุตสาหกรรมโดยมีโรงงานที่ได้รับอนุญาต
            ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานแล้ว หรือ
 
           (๒)เป็นสมาคมการค้าที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า และมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการ
            ประกอบอุตสาหกรรม
 
มาตรา ๑๔ สมาชิกสมทบของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต้องมีคุณสมบัติ
ดังต่อไปนี้
 
           (๑) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งประกอบอุตสาหกรรม หรือวิสาหกิจอื่นในราชอาณาจักร
 
           (๒) เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและมิใช่สมาคมการค้าตามมาตรา ๑๓(๒) หรือ
 
           (๓) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีผลงานทางวิชาการ หรือเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุตสาหกรรม และมีคุณสมบัติ
            อื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับ
 
มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคณะหนึ่งมีจำนวนตามที่กำหนดในข้อบังคับ ประกอบด้วย
 
           (๑) กรรมการประเภทเลือกตั้ง ซึ่งที่ประชุมสมาชิกสามัญเลือกตั้งจากผู้แทนสมาชิกสามัญมีจำนวน
            สองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
 
           (๒)กรรมการประเภทแต่งตั้งมีจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งกรรมการประเภท 
            เลือกตั้งตาม
 
                      (๑) เป็นผู้แต่งตั้งจากรายชื่อผู้แทนสมาชิกสามัญที่สำนักงานสาขาหรือกลุ่ม
                       อุตสาหกรรมหรือกลุ่มท้องที่เสนอตามวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ
                       ให้คณะกรรมการทั้งสองประเภทข้างต้นเลือกกรรมการเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่ง
                       ประเทศไทยคนหนึ่งรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนหนึ่งหรือหลายคน
                       เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนหนึ่ง  และตำแหน่งอื่นๆ  ตามที่กำหนดใน
                       ข้อบังคับ
 
 มาตรา ๑๖ ห้ามผู้แทนสมาชิกสามัญผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นกรรมการ
 
           (๑) เป็นพนักงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
           (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย
 
           (๓) เป็นข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมือง ยกเว้นกรณี ตามมาตรา ๔๑
 
           (๔) เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
 
           (๕) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่ใน
            ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
 
มาตรา ๑๗ กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี วิธีการดำรงตำแหน่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
 
มาตรา ๑๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๗ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ   
    
           (๑) ตาย
 
           (๒) ลาออก   
    
           (๓) ที่ประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองใน
            สามของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม
 
           (๔) ในกรณีเป็นผู้แทนสมาชิกสามัญตามมาตรา ๑๕(๑) และพ้นจากตำแหน่งผู้แทนสมาชิกสามัญนั้น
            หรือสมาชิกสามัญนั้นพ้นจากสมาชิกภาพ
 
           (๕) ในกรณีเป็นผู้แทนสำนักงานสาขา ผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมหรือกลุ่มท้องที่ตามมาตรา ๑๕(๒)
            และพ้นจากตำแหน่งผู้แทนนั้น
 
           (๖) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖
 
           (๗)รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา๓๓
 
มาตรา ๑๙ เมื่อกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๕(๑) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการเลือกผู้แทนสมาชิกสามัญเป็นกรรมการแทนภายในหกสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้นั้นจะเหลือน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันในกรณีที่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๑๕(๒) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕(๒) ภายในหกสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้นั้นจะเหลือน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
 
มาตรา ๒๐ ในกรณีที่กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนอกจากการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามมาตรา ๓๓   ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่งเพื่อดำเนินกิจการของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่เข้ารับหน้าที่กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งต้องจัดให้มีการประชุมสมาชิกสามัญเพื่อให้มีคณะกรรมการชุดใหม่ตามมาตรา ๑๕ ภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นจากตำแหน่งในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าที่จะเป็นองค์ประชุม  ตามมาตรา๒๒ ให้กรรมการที่เหลืออยู่กระทำการในนามของคณะกรรมการต่อไปได้แต่เฉพาะการจัดให้มีการประชุมเพื่อเลือกตั้งหรือแต่งตั้งผู้แทนสมาชิกสามัญเป็นกรรมการแทน ตามมาตรา ๑๙ และการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
มาตรา ๒๑ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตามมาตรา ๖ รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
 
           (๑) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของสมาชิก การรับสมัคร คุณสมบัติ  วินัย การลงโทษสมาชิก
            และการพ้นจากสมาชิกภาพ รวมทั้งการอุทธรณ์
 
           (๒) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการ
 
           (๓) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและดำเนินกิจการของคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่
            สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
           (๔) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสำนักงานสาขา
            สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๘ 
      
           (๕) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการจำแนกกลุ่มสมาชิกตามมาตรา ๙ การเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง      
            กรรมการกลุ่มสมาชิก  การประชุมและดำเนินการของสาขาอุตสาหกรรม ตลอดจนกิจการอื่นๆ ที่
            เกี่ยวข้อง
 
           (๖) ออกข้อบังคับกำหนดค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง และค่าบริการที่จะพึงเรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคล
            ภายนอก
 
           (๗) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบัญชีและการเงินของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
           (๘) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบรรจุ   การแต่งตั้ง   การถอดถอน การกำหนด ตำแหน่ง อัตราเงิน
            เดือน ค่าจ้าง และเงินบำเหน็จรางวัลพนักงาน รวมทั้งระเบียบ วินัย การลงโทษและการร้องทุกข์ของ
            พนักงาน
 
           (๙) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงาน ตลอดจนครอบครัวของบุคคลดังกล่าวหรือผู้ซึ่งพ้น
            จากการเป็นพนักงาน
 
           (๑๐) ออกระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายในเกี่ยวกับกิจการของ
            สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
           (๑๑) ให้คำปรึกษา แนะนำ ชี้แจง และอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกในการประกอบอุตสาหกรรม
 
           (๑๒) เสนอแนะให้ความเห็นและให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรี ในเรื่องที่เกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรม
            การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตาม (๑) (๒) (๓) และ (๖) ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุม
            ใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก่อนและการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตาม
            (๒) และ (๖) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้วจึงให้ใช้บังคับได้
 
มาตรา ๒๒ การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดตามมาตรา ๑๕ จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานและรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมากกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาดในการประชุมคณะกรรมการ    ถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใด กรรมการผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง
 
มาตรา ๒๓ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกให้ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้แทนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยการดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
หมวด ๓
การดำเนินกิจการของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ปีละหนึ่งครั้ง การประชุมใหญ่เช่นนี้เรียกว่าประชุมสามัญการประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการประชุมตามวรรคหนึ่ง เรียกว่าประชุมวิสามัญ
 
มาตรา ๒๕ เมื่อมีเหตุจำเป็น คณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกสามัญจะทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญก็ได้ ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใดในกรณีที่สมาชิกสามัญเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญตามวรรคสอง ให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับ
หนังสือร้องขอ
 
มาตรา ๒๖ ในการประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในแปดของจำนวนสมาชิกสามัญจึงจะเป็นองค์ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญซึ่งมาประชุม
 
มาตรา ๒๗ ในการประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถ้าสมาชิกสามัญมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม    ให้เลื่อนการประชุมนั้นออกไปอีกครั้งหนึ่ง   โดยให้ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  แจ้งวันประชุมครั้งใหม่ให้สมาชิกสามัญทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน การประชุมใหญ่ครั้งใหม่นี้ถ้าเป็นการประชุมที่คณะกรรมการเรียกไม่ว่าจะมีสมาชิกสามัญมาประชุมจำนวนเท่าใดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้    แต่การประชุมในครั้งนี้ให้ดำเนินการได้เฉพาะ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ เท่านั้น
 
มาตรา ๒๘ ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการในปีที่ล่วงมา และคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อที่ประชุมสามัญพร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปี  ซึ่งมีผู้สอบบัญชีรับรองภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และให้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมสามัญรับรองแล้ว
 
มาตรา ๒๙ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๒๘ นั้น ให้ที่ประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแต่งตั้งจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี  และต้องไม่เป็นกรรมการหรือพนักงาน
ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และเอกสารหลักฐานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และขอคำชี้แจงจากกรรมการและพนักงานได้ให้ผู้สอบบัญชีได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนด
 
หมวด ๔
การควบคุมของรัฐ
มาตรา ๓๐  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจดังต่อไปนี้
     
           (๑) ควบคุมดูแลให้คณะกรรมการดำเนินการตามมาตรา ๒๘
 
           (๒) สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของ สภาอุตสาหกรรมแห่ง 
            ประเทศไทย
 
           (๓) สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ
            ไทย  และจะให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการด้วยก็ได้
 
           (๔) สั่งเป็นหนังสือให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือกรรมการระงับหรือแก้ไขการกระทำใดๆ
            ที่ปรากฎว่าขัดต่อกฏหมาย นโยบายของรัฐบาล หรือมติของคณะรัฐมนตรีหรือข้อบังคับ เมื่อสั่งการ
            อย่างใดแล้วให้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
 
มาตรา ๓๑ เพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา ๓๐ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานในสำนักงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ในระหว่างเวลาทำการหรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ร้องขอในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
 
มาตรา ๓๒ ในการปฏิบัติการตามมาตรา ๓๑  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
 
มาตรา ๓๓ เมื่อปรากฎว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา ๓๐ หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือกระทำการใดๆ อันอาจเป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้รัฐมนตรี โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้กรรมการคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีเช่นนี้ กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการอีก เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่ง
 
มาตรา ๓๔ ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา ๓๓ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลจากสมาชิกสามัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคนแต่ไม่เกินยี่สิบเอ็ดคน   เป็นคณะกรรมการชั่วคราวในวันเดียวกันกับวันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และให้นำความในมาตรา  ๑๕ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลมให้คณะกรรมการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็น และดำเนินการเรียกประชุมสมาชิกสามัญภายในหกสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว   เพื่อให้มีการเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการคณะใหม่ตามมาตรา ๑๕เมื่อกรรมการคณะใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว ให้คณะกรรมการชั่วคราวซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง
 
 หมวด ๕
 บทกำหนดโทษ
มาตรา ๓๕ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฝ่าฝืนมาตรา ๗   ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
 
มาตรา ๓๖ กรรมการผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ หรือกระทำการอันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการกระทำนั้นเป็นภัยต่อเศรษฐกิจความมั่นคงของประเทศหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
 
มาตรา ๓๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละหนึ่งร้อยบาทจนกว่าจะเลิกใช้   
     
มาตรา ๓๘ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ชี้แจงหรือไม่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
 
 หมวด ๖
 บทเฉพาะกาล
มาตรา ๓๙ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว ให้สมาคมอุตสาหกรรมไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าเป็นอันยกเลิก  และให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้ของสมาคมดังกล่าวที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเป็นของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
 
มาตรา ๔๐ ให้พนักงานและลูกจ้างของสมาคมอุตสาหกรรมไทย    ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น พนักงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กับให้ถือว่าเวลาทำงานของบุคคลดังกล่าวในสมาคมอุตสาหกรรมไทยเป็นเวลาทำงานในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
 
มาตรา ๔๑ ให้คณะกรรมการสมาคมอุตสาหกรรมไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้บุคคลซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตามที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกินแปดคนประกอบเป็นคณะกรรมการคณะแรกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๒๑ และปฏิบัติการอย่างอื่นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และดำเนินการเรียกประชุมสมาชิกสามัญ เพื่อเลือกตั้งกรรมการใหม่ตามมาตรา ๑๕(๑) ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีความจำเป็น รัฐมนตรีจะขยายระยะเวลาให้ก็ได้ การขยายระยะเวลาดังกล่าวให้ขยายได้ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน แต่ทั้งนี้รวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
 
มาตรา ๔๒ กรรมการใหม่ซึ่งได้รับเลือกตั้งตามมาตรา ๔๑     ต้องดำเนินการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕(๒) ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับเลือกตั้ง
 
มาตรา ๔๓ เมื่อเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๔๑   และมาตรา ๔๒ แล้วกรรมการคณะใหม่ต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕(๒) เพื่อดำเนินการตามมาตรา ๑๕ วรรคสองเมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการคณะแรกพ้นจากตำแหน่ง
 
มาตรา ๔๔ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว ให้สมาชิกสมาคมอุตสาหกรรมไทย
ที่ดำรงสมาชิกภาพอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นสมาชิก
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และให้คณะกรรมการคณะแรกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพิจารณาว่าสมาชิกผู้ใดมีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกสามัญตามมาตรา ๑๓ หรือสมาชิกสมทบตามมาตรา ๑๔ และให้ลงทะเบียนสมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแล้วแต่กรณี แล้วแจ้งให้สมาชิกผู้นั้นทราบ
 
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
 
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
 
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ    : - เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ    เนื่องจากในปัจจุบัน
การประกอบอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและทำรายได้ให้แก่ประเทศชาติมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
สมควรจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ในการประสานนโยบายและการดำเนินงานระหว่างเอกชนกับรัฐ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
 
(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 104 ตอนที่ 269 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2530)
  
==================================
 

 

จำนวนคนอ่าน : 113324 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย