พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ฉบับที่ 1
ว่าด้วย สมาชิกและสมาชิกภาพ
พ.ศ. 2531
-------------------------------------

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 มาตรา 21(1) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2530 คณะกรรมการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในคราวประชุมสามัญครั้งที่ 1/2542/12 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2542 ให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับว่าด้วย สมาชิกและสมาชิกภาพ ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1)
ว่าด้วย สมาชิกและสมาชิกภาพ พ.ศ. 2531"
ข้อ 2. ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2542 เป็นต้นไป
ข้อ 3. ในข้อบังคับนี้
  "สภา" หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  "กรรมการ" หมายถึง กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  "คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  "เลขาธิการสภา" หมายถึง เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  "นายทะเบียน" หมายถึง นายทะเบียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  "สมาชิก" หมายถึง สมาชิกทุกประเภทของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 

 สมาชิก และการรับเป็นสมาชิก

ข้อ 4. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีสมาชิกสองประเภทคือ
  (1) สมาชิกสามัญ
  (2) สมาชิกสมทบ
ข้อ 5. สมาชิกสามัญ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
  (1) เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและประกอบอุตสาหกรรม โดยมีโรงงาน ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
ว่าด้วยโรงงานแล้ว หรือ
  (2) เป็นสมาคมการค้าที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า และมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรม
ข้อ 6. สมาชิกสมทบ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
 (1) เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งประกอบอุตสาหกรรม หรือวิสาหกิจอื่นในราชอาณาจักร
 (2) เป็นนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมิใช่สมาคมการค้า ตามข้อ 5(2) หรือ
 (3) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีผลงานทางวิชาการ หรือเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุตสาหกรรม
ข้อ 7. ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก นอกจากต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 5 หรือข้อ 6 แล้วแต่กรณีแล้ว จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย
  (1) บรรลุนิติภาวะ (สำหรับบุคคลธรรมดา)
  (2) ไม่เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (สำหรับบุคคลธรรมดา)
  (3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  (4) ไม่เคยถูกลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก เว้นแต่จะพ้นกำหนดสองปี นับแต่วันถูกลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
ข้อ 8. ให้ผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกยื่นใบสมัครตามแบบที่สภากำหนดต่อนายทะเบียน พร้อมหลักฐานตามที่ระบุไว้ในใบสมัคร โดยมีสมาชิกสามัญหนึ่งรายเป็นผู้แนะนำและกรรมการหนึ่งราย เป็นผู้รับรองว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับของสภา
ข้อ 9. เมื่อนายทะเบียนได้รับใบสมัครแล้วให้ตรวจสอบหลักฐานการสมัครและคุณสมบัติผู้สมัคร ถ้าหากถูกต้องแล้วให้นายทะเบียน เสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อวินิจฉัยและมีมติว่าควรรับเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ในคราวประชุมต่อไป
ข้อ 10. เมื่อคณะกรรมการมีมติรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานสภา แจ้งไปยังผู้สมัคร
เพื่อนำเงินค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ เรื่องค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง และค่าบริการมาชำระภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
ข้อ 11. สภาจะไม่ถือว่าผู้สมัครใหม่เป็นสมาชิกจนกว่าผู้นั้นจะชำระเงินค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงตามข้อบังคับแล้วนายทะเบียนจะได้นำชื่อสมาชิกใหม่ประกาศให้สมาชิกทราบ ณ ที่ทำการสภาเป็นคราว ๆ ไป
ข้อ 12. ให้นายทะเบียนจัดให้มีสมุดทะเบียนสมาชิก สมุดทะเบียนนี้สมาชิกจะขอดูได้ ณ ที่ทำการของสภาในวันและเวลาทำการ

สิทธิ และหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 13. สมาชิกมีสิทธิ ดังต่อไปนี้ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนดว่าเป็นสิทธิของสมาชิกประเภทใดโดยเฉพาะ
  (1) ร้องเรียนและรับความช่วยเหลือและสงเคราะห์เกี่ยวกับการค้าและอุตสาหกรรมจากสภาเท่าที่จะอำนวยให้ได้ตามสมควรภายในขอบเขตของกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบของสภา
  (2) เข้าร่วมประชุมอภิปรายซักถามและแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมใหญ่ของสภาโดยผ่านทางผู้แทนของตน
แต่สมาชิกสามัญเท่านั้นที่จะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยผ่านทางผู้แทนของตน
  (3) ใช้เครื่องหมายหรือตราของสภาตามข้อบังคับและระเบียบที่สภากำหนด
  (4) ใช้สถานที่หรือบริการของสภาตามข้อบังคับและระเบียบที่สภากำหนด
  (5) เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อคณะกรรมการในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการและการปฏิบัติงาน
ในหน้าที่ของสภา หรือนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสภา
  (6) ได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ คณะทำงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือผู้แทนสภาเพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของสภาตามที่คณะกรรมการ จะมอบหมาย
  (7) สมาชิกสามัญมีสิทธิเสนอชื่อผู้แทนและได้รับเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการ
  (8) สมาชิกสามัญมีสิทธิเข้าชื่อร้องขอเรียกประชุมวิสามัญ
  (9) ขอตรวจสอบทะเบียนสมาชิก งบดุล บัญชีการเงิน หรือจะขอทราบเรื่องการใด ๆ เกี่ยวกับงานในหน้าที่ของสภา
โดยยื่นข้อซักถามต่อคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร แต่คณะกรรมการทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่ตอบ เมื่อเห็นว่าเรื่องนั้น ๆ ยังไม่ควรเปิดเผยสมาชิกที่ยังค้างชำระค่าบำรุง และได้รับใบเตือนจากสภาครบสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบเตือนแล้ว สมาชิกผู้นั้นไม่มีสิทธิใช้สิทธิดังกล่าวไว้ในวรรคแรกสำหรับในปีที่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภา สมาชิกที่ไม่ได้ชำระค่าบำรุงแก่สภาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคม ของปีนั้นสมาชิกผู้นั้นไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมการสภาตามวรรคแรก (2) (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2542)
ข้อ 14. สมาชิกมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
  (1) ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบของสภาโดยเคร่งครัด
  (2) ชำระค่าบำรุง หรือค่าบริการตามข้อบังคับของสภา
  (3) รักษาชื่อเสียงและเกียรติของสภาและไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากสภาไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
  (4) รักษาความสามัคคีระหว่างสมาชิกด้วยกัน
  (5) ไม่กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสภา
  (6) ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความร่วมมือเกี่ยวกับการดำเนินงาน การจัดกิจกรรมและการดำเนินนโยบายของสภา
ข้อ 15. สมาชิกย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะเป็นสมาชิกได้ตามข้อบังคับนี้ และถ้าเป็นนิติบุคคลให้จดทะเบียนผู้แทนที่มีอำนาจเต็มได้ไม่เกินสามคน แต่ผู้แทนของสมาชิกดังกล่าวจะใช้สิทธิต่างๆ เช่น ออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ของสภาหรืออื่น ๆ ในฐานะสมาชิกนิติบุคคลนั้นได้เพียงคนเดียว การเปลี่ยนแปลงผู้แทนต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน แต่ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงผู้แทน ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ในระหว่างเวลาสามวันก่อนการประชุมใหญ่สภา เว้นแต่ในปีที่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภา ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงผู้แทนที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว เมื่อพ้นวันที่ 31 มกราคมของปีนั้น จนกว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาจะแล้วเสร็จ(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2542)
ข้อ 16. การใช้สิทธิของสมาชิกตามข้อ 13 (2), (7) และ (8) เป็นกิจการเฉพาะตัวของสมาชิกหรือผู้แทนที่มีอำนาจเต็มเท่านั้นจะมอบอำนาจหรือแต่งตั้งบุคคลอื่นมาแทนตนไม่ได้
ข้อ 17. ผู้แทนที่มีอำนาจเต็มต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
 (1) ไม่เป็นพนักงานของสภา
 (2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
 (3) ไม่เป็นข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมือง
 (4) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะและไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอ
 (5) เป็นผู้ที่เห็นชอบกับหลักการและการดำเนินการของสภา

 (6) ไม่เคยถูกลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิกของสภา เว้นแต่จะพ้นกำหนดสองปี นับแต่วันถูกลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
 

  วินัยและการลงโทษ

ข้อ 18. สมาชิกผู้ใดไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบของสภา อาจได้รับโทษ โดยมติของคณะกรรมการ ดังต่อไปนี้
 (1) ว่ากล่าวตักเตือน
 (2) ระงับการใช้สิทธิบางประการหรือทั้งหมดภายในกำหนดเวลาตามที่คณะกรรมการ เห็นสมควร หรือ
 (3) ลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
ข้อ 19. โทษว่ากล่าวตักเตือนให้ลงแก่สมาชิกผู้กระทำผิดเล็กน้อย โทษระงับการใช้สิทธิให้ลงแก่สมาชิกผู้กระทำความผิดเกินกว่าที่จะลงโทษฐานว่ากล่าวตักเตือน แต่ไม่ถึงกับความผิดขั้นร้ายแรงโทษลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก ให้ลงแก่สมาชิกที่กระทำความผิดอย่างร้ายแรง
ข้อ 20. การลงโทษว่ากล่าวตักเตือนและโทษระงับการใช้สิทธิจะต้องได้รับคะแนนเสียงจากกรรมการ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการ ที่มาประชุมการลงโทษลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก ต้องได้รับคะแนนเสียงจากกรรมการ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
ข้อ 21. เมื่อคณะกรรมการ มีมติให้ลงโทษสถานใดแก่สมาชิกผู้ใดให้เลขาธิการแจ้งให้สมาชิกผู้นั้นทราบ 

การพ้นจากสมาชิกภาพ

ข้อ 22. สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ
 (1) ลาออก
 (2) ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
 (3) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5, 6 หรือ 7ฅ
 (4) ค้างชำระค่าบำรุงประจำปีติดต่อกันเป็นเวลาสองปี และคณะกรรมการมีมติให้ลบ ชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
 (5) ถูกลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
ข้อ 23. การลาออกจากสมาชิกภาพต้องแสดงความจำนงเป็นหนังสือขอลาออกต่อคณะกรรมการ โดยต้องชำระค่าบำรุง
และหนี้สินที่มีต่อสภาให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ในกรณีที่สมาชิกผู้แสดงความจำนง ขอลาออกไม่ชำระค่าบำรุงและหนี้สินหรือชำระหนี้สินไม่ครบถ้วนให้คณะกรรมการสภาลบชื่อสมาชิกผู้นั้นออกจากการเป็นสมาชิก
ข้อ 24. สมาชิกใดซึ่งสมาชิกภาพของตนสิ้นสุดลง ต้องชำระเงินค่าบำรุง รวมทั้งหนี้สินที่ค้างอยู่กับสภาให้เสร็จสิ้น และไม่มีสิทธิเรียกร้องขอเงินค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง หรือค่าบริการที่ได้ชำระไว้แล้วคืน

 บทเฉพาะกาล

ข้อ 25. ให้ถือว่าสมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรมไทยที่ดำรงสมาชิกภาพอยู่ในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เป็นสมาชิกของสภาเท่าที่ไม่ขัดต่อข้อบังคับนี้ โดยให้คณะกรรมการคณะแรกของสภาพิจารณาว่า สมาชิกผู้ใดมีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบและให้ลงทะเบียนสมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกของสภาแล้วแจ้งให้สมาชิกผู้นั้นทราบ
ข้อ 26. ในระหว่างเวลาตั้งแต่จัดตั้งสภาจนถึงเวลาที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติข้อบังคับนี้การดำเนินการรับสมัคร การเรียกเก็บค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง ค่าบริการ และดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หากกระทำไปโดยมติของคณะกรรมการ ย่อมเป็นอันใช้ได้ 

ให้ไว้ ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2531

ลงชื่อ

(นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา)

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 

จำนวนคนอ่าน : 143573 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย