พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ฉบับที่ 14

ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันรหัสสากล

พ.ศ. 2546
 ---------------------------------

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21(10) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยออกข้อบังคับว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันรหัสสากล ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่14 ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันรหัสสากล พ.ศ. 2546”
ข้อ 2. ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่   มีนาคม 2546 เป็นต้นไป
ข้อ  3. ในข้อบังคับนี้
 “สภา” หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “สถาบัน” หมายถึง สถาบันรหัสสากลแห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “องค์กรรหัสสากล” หมายถึง องค์กรรหัสสากลระหว่างประเทศ (International Article Numbering Association EAN)
 “กรรมการสภา” หมายถึง กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “คณะกรรมการสภา” หมายถึง คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “ประธานสภา” หมายถึง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “รองประธานสภา” หมายถึง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสถาบัน” หมายถึง กรรมการสถาบันรหัสสากล
 “คณะกรรมการสถาบัน” หมายถึง คณะกรรมการสถาบันรหัสสากล
 “ประธานสถาบัน” หมายถึง ประธานสถาบันรหัสสากล
 “รองประธานสถาบัน” หมายถึง รองประธานสถาบันรหัสสากล
 “สมาชิก”  หมายถึง   สมาชิกของสถาบันรหัสสากลตามที่ระบุไว้ในระเบียบ    สถาบันว่าด้วยสมาชิก

หมวด 1
สถานะของสถาบัน

ข้อ 4 ให้จัดตั้งสถาบันรหัสสากลแห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภา และให้สถาบันรหัสสากลแห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้ 
ข้อ 5 สถาบันมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(1) เป็นศูนย์รวมของผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภค ในการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้สัญลักษณ์รหัสสากลและการสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามระบบขององค์กรรหัสสากลในประเทศไทย
(2) เป็นองค์กรที่กำหนดรหัสหมายเลขของผู้ประกอบการแต่ละรายที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสถาบัน และเป็นผู้บริหารการจัดเก็บข้อมูลเลขรหัสดังกล่าว
(3) รวบรวมข้อมูลและจัดทำคู่มือในการใช้สัญลักษณ์รหัสสากลตามหลักการขององค์กรรหัสสากล
(4) ทำการศึกษา วิจัย พัฒนาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือ วิทยาการ ข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ ในการใช้ และการพิมพ์สัญลักษณ์รหัสสากลตามระบบขององค์กรรหัสสากล
(5) ทำการศึกษา วิจัย ช่วยเหลือและส่งเสริมสมาชิกของสถาบัน ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดเก็บและการบริหารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าให้มีประสิทธิภาพ
(6) พัฒนาและส่งเสริมการสร้างระบบการสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในทางการค้าและบริการเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์
(7) เป็นสื่อกลางในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ในระหว่าง ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภค รวมตลอดถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบสัญลักษณ์รหัสสากล
ข้อ 6 ให้สถาบันมีที่ตั้งสำนักงานตามที่สภากำหนด
ข้อ 7 ชื่อเป็นภาษาอังกฤษของสถาบันเรียกว่า “The EAN Thailand Institute, The Federation of Thai Industries” 
ข้อ 8 ตราของสถาบันให้มีรูปลักษณะดังนี้

    

 หมวด 2
กรรมการ

ข้อ 9 เพื่อดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ให้มีคณะกรรมการสถาบัน ประกอบด้วยประธานสภา เป็นประธานสถาบัน รองประธานสภาที่ประธานสภาแต่งตั้ง เป็นรองประธานสถาบัน และกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการสภาแต่งตั้งรวมกันไม่น้อยกว่าสิบสองคนเป็นกรรมการ 
ข้อ 10 กรรมการสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(3) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(4) ไม่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังต่อไปนี้ นายกรัฐมนตรี         รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมืองอื่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
(5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 11 ให้กรรมการสถาบันมีวาระอยู่ในตำแหน่งไม่เกินกว่าวาระของกรรมการสภาที่แต่งตั้ง กรรมการสถาบันเมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว จะรับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้
ข้อ 12 นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 11 กรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะกรรมการสภามีมติให้ออก
(4) ในกรณีที่กรรมการสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภา
(5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 13 เมื่อกรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและวาระกรรมการผู้นั้นเหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันแทนภายในสามสิบวันและให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการสถาบันซึ่งตนแทน
ข้อ 14 ในกรณีที่กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนอกจากการพ้นตำแหน่งทั้งคณะตามข้อ 24 ให้กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่งเพื่อดำเนินการของสถาบันต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่โดยทันที ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสถาบันว่างลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่เป็นองค์ประชุมตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ให้คณะกรรมการสถาบันที่เหลืออยู่กระทำการในนามของคณะกรรมการสถาบันต่อไปได้แต่เฉพาะกิจการเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสภาจะแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันครบจำนวนที่เป็นองค์ประชุม
ข้อ 15 คณะกรรมการสถาบันมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสถาบันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ตามข้อ 5 รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ออกระเบียบเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของสมาชิก การรับสมัคร คุณสมบัติ วินัย การลงโทษสมาชิกและการพ้นจากสมาชิกภาพ รวมทั้งการอุทธรณ์
(2) ออกระเบียบกำหนดค่าลงทะเบียน  ค่าบำรุง  และค่าบริการที่จะพึงเรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก
(3) ออกระเบียบในเรื่องอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายในเกี่ยวกับกิจการของสถาบัน
(4) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบัน อนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น เพื่อพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ หรือทำกิจการเฉพาะอย่างอันอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสถาบัน ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการสถาบันได้
 การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบใด ๆ ตามข้อบังคับฉบับนี้จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 และข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ข้อ 16 ให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งกรรมการบริหารสถาบันจากกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน ซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่คณะกรรมการสถาบันกำหนด แต่ไม่เกินกว่าวาระของคณะกรรมการสถาบันชุดที่แต่งตั้ง
การประชุม องค์ประชุม และการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการบริหารสถาบันให้นำข้อกำหนดตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบันของข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 17 กรรมการบริหารสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 ของข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 18 นอกจากพ้นตำแหน่งตามวาระตามข้อ 16 กรรมการบริหารสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะกรรมการสถาบันมีมติให้ออก
(4) ในกรณีที่กรรมการบริหารสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภา
(5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 19 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการสถาบันในปี ที่ล่วงมาและคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อคณะกรรมการสภาภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุก ๆ ปีพร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปี

หมวด 3
การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน

ข้อ 20 การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ต้องมีกรรมการสถาบันมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดตามข้อ 9 จึงจะเป็นองค์ประชุมให้ประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสถาบันไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานและรองประธานสถาบันไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมากกรรมการสถาบันคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาดในการประชุมคณะกรรมการสถาบันถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการสถาบันผู้ใด กรรมการสถาบันผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง กรรมการสถาบันอาจมอบหมายให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงแทนตนได้ โดยต้องนำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อประธานในที่ประชุมก่อนเริ่มการประชุม
ข้อ 21 ในการเรียกประชุมทุกคราว ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้กรรมการสถาบันทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการก่อนวันนัดประชุม โดยระบุ วัน เวลาและสถานที่ประชุม และเรื่องที่จะประชุมปรึกษา
ข้อ 22 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละสี่ครั้ง เว้นแต่คณะกรรมการสถาบันจะเห็นเป็นอย่างอื่น

หมวด 4
การควบคุมของสภา

ข้อ 23 ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการใด ๆ ของสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบัน
(2) สั่งให้สถาบัน คณะกรรมการสถาบันหรือกรรมการสถาบันระงับหรือแก้ไขการกระทำใด ๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 ข้อบังคับสภา มติของสภา หรือวัตถุประสงค์ของสถาบัน
ข้อ 24 เมื่อปรากฏว่าสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสภาตามข้อ 23 หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภา ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจสั่งให้กรรมการสถาบันคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีเช่นนี้ กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสถาบันอีก  เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่ง
ข้อ 25 ในกรณีที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ตามข้อ 24 ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งบุคคลจากกรรมการสภา จำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคนแต่ไม่เกินสิบเจ็ดคน เป็นคณะกรรมการสถาบันชั่วคราวในวันเดียวกันกับวันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง  และให้นำความในมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
         ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็น และ        เมื่อกรรมการสถาบันคณะใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว  ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง

หมวด 5
บทเฉพาะกาล

ข้อ 26 ให้คณะกรรมการสถาบันรหัสสากลและคณะกรรมการบริหารสถาบันรหัสสากลที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับเป็นคณะกรรมการสถาบันและคณะกรรมการบริหารตามลำดับต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้ หรือจนกว่าคณะกรรมการสภาหรือคณะกรรมการสถาบันจะมีมติเป็นอย่างอื่น

ให้ไว้ ณ วันที่   31  มีนาคม  2546
        
ลงชื่อ (ลงนามแล้ว)    


(นายประพัฒน์ โพธิวรคุณ)
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

จำนวนคนอ่าน : 140112 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย