พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

 ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ฉบับที่ 19
ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม
พ.ศ. 2552

…………………………………………………

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21(10) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 มีมติให้ออกข้อบังคับว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1  ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 19 ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2552”
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2552 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
 “สภา”  หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “สถาบัน”   หมายถึง  สถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสภา”  หมายถึง   กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “คณะกรรมการสภา”  หมายถึง  คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “ประธานสภา”  หมายถึง  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “รองประธานสภา”   หมายถึง  รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสถาบัน”  หมายถึง  กรรมการสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม
 “คณะกรรมการสถาบัน” หมายถึง   คณะกรรมการสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม
 “ประธานสถาบัน”  หมายถึง  ประธานสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม
 “รองประธานสถาบัน” หมายถึง  รองประธานสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม

หมวด 1
สถานะของสถาบัน

ข้อ 4 ให้จัดตั้งสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรมแห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภา และให้สถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรมแห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้
ข้อ 5 สถาบันมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
     (1) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีความรู้ด้านการจัดการด้าน ทรัพยากรน้ำ
     (2) สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจน สถาบันการศึกษาเพื่อสนับสนุนด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ
     (3) การถ่ายทอดเทคโนโลยีการการจัดการทรัพยากรน้ำไปยังผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม
     (4) ให้คำปรึกษาและเป็นแหล่งข้อมูลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำให้กับ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม
     (5) ทำการศึกษาและวิจัยที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการ จัดหา จัดสรร  ทรัพยากรน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมและบริการ
ข้อ 6 ให้สถาบันมีที่ตั้งสำนักงานตามที่สภากำหนด 
ข้อ 7 ชื่อเป็นภาษาอังกฤษของสถาบันเรียกว่า “The  Institute of Industrial Water Resource and Supplies, The Federation of Thai Industries” (IIW)
ข้อ 8 ตราของสถาบันให้มีรูปลักษณะดังนี้

 
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรม

หมวด 2
กรรมการ

ข้อ 9 เพื่อดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ให้มีคณะกรรมการสถาบัน ประกอบด้วยประธานสภา เป็นประธานสถาบัน รองประธานสภาที่ประธานสภาแต่งตั้ง เป็นรองประธานสถาบัน และกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการสภาแต่งตั้งรวมกันไม่น้อยกว่าเก้าคนเป็นกรรมการ
ข้อ 10 กรรมการสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
     (1) มีสัญชาติไทย
     (2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
     (3) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
     (4) ไม่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือเป็นข้าราชการประจำ หรือ ข้าราชการการเมือง
     (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 11 ให้กรรมการสถาบันมีวาระอยู่ในตำแหน่งไม่เกินกว่าวาระของกรรมการสภาที่แต่งตั้ง กรรมการสถาบันเมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว จะรับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้
ข้อ 12 นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 11 กรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3) คณะกรรมการสภามีมติให้ออก
     (4) ในกรณีที่กรรมการสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการ สภา
     (5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 13 เมื่อกรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและวาระกรรมการผู้นั้นเหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันแทนภายในสามสิบวันและให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการสถาบันซึ่งตนแทน
ข้อ 14 ในกรณีที่กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนอกจากการพ้นตำแหน่งทั้งคณะตามข้อ 24 ให้กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่งเพื่อดำเนินการของสถาบันต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่โดยทันที ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสถาบันว่างลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่เป็นองค์ประชุมตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ให้คณะกรรมการสถาบันที่เหลืออยู่กระทำการในนามของคณะกรรมการสถาบันต่อไปได้แต่เฉพาะกิจการเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสภาจะแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันครบจำนวนที่เป็นองค์ประชุม
ข้อ 15 คณะกรรมการสถาบันมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสถาบันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ตามข้อ 5 รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
     (1) ออกระเบียบในเรื่องที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายในเกี่ยวกับกิจการของสถาบัน
     (2) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบัน อนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่เรียกชื่ออย่าง อื่น เพื่อพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ หรือทำกิจการเฉพาะอย่างอันอยู่ในขอบเขต วัตถุประสงค์ของสถาบัน ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการสถาบันได้
การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบใด ๆ ตามข้อบังคับฉบับนี้จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 และข้อบังคับ
ข้อ 16 ให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งกรรมการบริหารสถาบันจากกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน ซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการสภาไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามและมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่คณะกรรมการสถาบันกำหนด แต่ไม่เกินกว่าวาระของคณะกรรมการสถาบันชุดที่แต่งตั้งการประชุม องค์ประชุม และการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการบริหารสถาบันให้นำข้อกำหนดตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบันของข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 17 กรรมการบริหารสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 ของข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 18 นอกจากพ้นตำแหน่งตามวาระตามข้อ 16 กรรมการบริหารสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3) คณะกรรมการสถาบันมีมติให้ออก
     (4) ในกรณีที่กรรมการบริหารสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่ง กรรมการสภา
     (5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 19 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการสถาบันในปี ที่ล่วงมาและคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อคณะกรรมการสภาภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุก ๆ ปีพร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปี

หมวด 3
การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน

ข้อ 20 การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ต้องมีกรรมการสถาบันมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดตามข้อ 9 จึงจะเป็นองค์ประชุมให้ประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสถาบันไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานและรองประธานสถาบันไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมากกรรมการสถาบันคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาดในการประชุมคณะกรรมการสถาบันถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการสถาบันผู้ใด กรรมการสถาบันผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงกรรมการสถาบันอาจมอบหมายให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงแทนตนได้ โดยต้องนำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อประธานในที่ประชุมก่อนเริ่มการประชุม
ข้อ 21 ในการเรียกประชุมทุกคราว ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้กรรมการสถาบัน ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการก่อนวันนัดประชุม โดยระบุ วัน เวลาและสถานที่ประชุม และเรื่องที่จะประชุมปรึกษา
ข้อ 22 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละสองครั้ง เว้นแต่คณะกรรมการสถาบันจะเห็นเป็นอย่างอื่น

หมวด 4
การควบคุมของสภา

ข้อ 23 ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการใด ๆ ของสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบัน
(2) สั่งให้สถาบัน คณะกรรมการสถาบันหรือกรรมการสถาบันระงับหรือแก้ไขการ
 กระทำใด ๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  พ.ศ. 2530 ข้อบังคับสภา มติของสภา หรือวัตถุประสงค์ของสถาบัน
ข้อ 24 เมื่อปรากฏว่าสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสภาตามข้อ 23 หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภา ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจสั่งให้กรรมการสถาบันคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีเช่นนี้ กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสถาบันอีก  เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่ง
ข้อ 25 ในกรณีที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ตามข้อ 24 ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งบุคคลจากกรรมการสภา จำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคนแต่ไม่เกินสิบเจ็ดคน เป็นคณะกรรมการสถาบันชั่วคราวในวันเดียวกันกับวันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง  และให้นำความในมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลมให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็น และ เมื่อกรรมการสถาบันคณะใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว  ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง

หมวด 5
บทเฉพาะกาล

ข้อ 26 ให้คณะกรรมการสถาบันน้ำภาคอุตสาหกรรมที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับเป็นกรรมการสถาบันต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้หรือจนกว่าคณะกรรมการสภาหรือคณะกรรมการสถาบันมีมติเป็นอย่างอื่น

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2552

ลงชื่อ

(นายสันติ  วิลาสศักดานนท์)
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

จำนวนคนอ่าน : 150860 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย