พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ฉบับที่ 2

ว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการ

พ.ศ. 2531

---------------------------------

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 และมาตรา 21(2) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 คณะกรรมการสภา
อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  โดยอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในคราวประชุมสามัญครั้งที่ 1/2542/12
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2542 และโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงออก ข้อบังคับว่าด้วยการเลือกตั้ง
คณะกรรมการ ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า   "ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 2 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3)
ว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการ พ.ศ. 2531”

ข้อ 2. ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2542 เป็นต้นไป

ข้อ 3. ในข้อบังคับนี้

"สภา" หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"กรรมการ" หมายถึง กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"ประธานสภา" หมายถึง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"รองประธานสภา" หมายถึง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"เลขาธิการสภา" หมายถึง เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"นายทะเบียน" หมายถึง นายทะเบียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"เหรัญญิก" หมายถึง เหรัญญิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

ข้อความทั่วไป

ข้อ 4. เพื่อดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภา ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่าคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
มีกรรมการตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าคน ประกอบด้วย

(1) กรรมการประเภทเลือกตั้ง ซึ่งที่ประชุมใหญ่สภาเลือกตั้งจากผู้แทนสมาชิกสามัญ มีจำนวนสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

(2) กรรมการประเภทแต่งตั้งมีจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งกรรมการประเภทเลือกตั้งตาม (1) เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง
จากรายชื่อผู้แทน สมาชิกสามัญที่สำนักงานสาขา กลุ่มอุตสาหกรรมหรือกลุ่มท้องที่เป็นผู้เสนอ สำนักงานสาขา กลุ่มอุตสาหกรรมหรือ
กลุ่มท้องที่จะมีผู้แทนเป็นกรรมการ ประเภทแต่งตั้งในคณะกรรมการเกินกว่าแห่งละหนึ่งคนไม่ได้ สมาชิกสามัญรายใดรายหนึ่งจะมีผู้แทน
เป็นกรรมการได้เพียงคนเดียว กลุ่มสมาชิกกลุ่มใด กลุ่มหนึ่งจะมีผู้แทนสมาชิกสามัญ ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มสมาชิกเป็นกรรมการ
เกินกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนกรรมการประเภทเลือกตั้งทั้งหมดไม่ได้
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 5. ให้คณะกรรมการทั้งสองประเภทตามข้อ 4 เลือกกรรมการเป็นประธานสภาคนหนึ่ง รองประธานสภาไม่น้อยกว่าสี่คน เลขาธิการสภาคนหนึ่ง
นายทะเบียนคนหนึ่ง เหรัญญิกคนหนึ่ง และตำแหน่งอื่น ตามที่คณะกรรมการจะเห็นสมควร หรือคณะกรรมการอาจมีมติเลือกกรรมการคนหนึ่ง
เป็นประธานสภาแล้วมอบอำนาจให้ประธานสภาเป็นผู้เลือกกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อนี้ก็ได้
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

 

ข้อ 6. ห้ามผู้แทนสมาชิกสามัญ ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นกรรมการ

(1) เป็นพนักงานของสภา

(2) เป็นบุคคลล้มละลาย

(3)  เป็นข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมือง   ยกเว้นกรณีคณะกรรมการคณะแรกของสภา

(4) เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(5) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ข้อ 7. กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการที่ดำรงตำแหน่งตามข้อ 5 และกรรมการอื่น ๆ เมื่อครบวาระแล้ว
จะรับเลือกหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้ ทั้งนี้ เว้นแต่ตำแหน่งประธานสภา จะดำรงตำแหน่งประธานสภาติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
ประธานสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ให้นับวาระซึ่งกำลังดำรงตำแหน่งอยู่เป็นวาระแรก
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2542)

ข้อ 8. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ  7 แล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3)   ที่ประชุมใหญ่สภามีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม

(4) ขาดการประชุมคณะกรรมการประจำเดือนสามครั้งติดต่อกัน โดยมิได้ลาการประชุม   เว้นแต่คณะกรรมการจะลงมติให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้

(5) ในกรณีเป็นผู้แทนสมาชิกสามัญตามข้อ  4(1) และพ้นจากตำแหน่งผู้แทนสมาชิกสามัญนั้น หรือสมาชิกสามัญนั้นพ้นจากสมาชิกภาพ

(6) ในกรณีเป็นผู้แทนสำนักงานสาขา กลุ่มอุตสาหกรรมหรือกลุ่มท้องที่ ตามข้อ 4(2) และพ้นจากตำแหน่งผู้แทนนั้น

(7) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 6

(8) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530

ข้อ 9. ในการประชุมสามัญทุก ๆ สองปี คณะกรรมการทั้งคณะต้องออกจากตำแหน่งและให้ที่ประชุมใหญ่ตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งขึ้นใหม่

ข้อ 10. ให้ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการประเภทเลือกตั้ง จัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งกรรมการประเภทแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน
สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง เมื่อเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการแล้ว ให้คณะกรรมการชุดใหม่จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันแต่งตั้งกรรมการประเภทแต่งตั้ง เพื่อเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภา รองประธานสภา เลขาธิการสภา
นายทะเบียน เหรัญญิก และตำแหน่งอื่น ตามที่คณะกรรมการจะเห็นสมควรตามข้อ 5
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 11. เมื่อกรรมการได้รับเลือกตั้งตามข้อ 4 (1) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและวาระของกรรมการคนนั้นเหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
ให้คณะกรรมการเลือกผู้ที่ได้คะแนนในลำดับรองลงมาจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการประเภทเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเ
ลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เป็นกรรมการประเภทเลือกตั้งแทนภายในหกสิบวัน ทั้งน ี้หากผู้ที่ได้คะแนนในลำดับรองลงมา
มีคะแนนเท่ากันมากกว่าหนึ่งคน ให้คณะกรรมการเป็นผู้ชี้ขาด เว้นแต่วาระของกรรมการคนนั้นเหลือน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันก็ไม่ต้องเลือก
กรรมการแทน ในกรณีที่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามข้อ 4 (2) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและวาระของกรรมการคนนั้นเหลือไม่น้อยกว่า
หนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้ดำเนินการตามข้อ 4 (2) ภายในหกสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการคนนั้นเหลือน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนตามวรรคหนึ่งและวรรคสองอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 11. ทวิ เมื่อประธานสภาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และวาระของประธานสภา เหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้เลขาธิการสภา
เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาไปพลางก่อน และให้คณะกรรมการเลือกรองประธานสภาคนใดคนหนึ่งเป็นประธานสภาแทนภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่ประธานสภาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลือ อยู่ของประธานสภาซึ่งตนแทน
ถ้าวาระของประธานสภาที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเหลือน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้คณะกรรมการเลือกรองประธานสภาคนใดคนหนึ่ง
เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาโดยไม่ต้องเลือกประธานสภา
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 12. ในกรณีที่คณะกรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนอกจากการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่งเพื่อดำเนินกิจการของสภาต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่า
คณะกรรมการชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ภายในบังคับแห่งข้อ 9 กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งต้องจัดให้มีการประชุมสมาชิกสามัญเพื่อ
ให้มีการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งชุดใหม่ ตามข้อ 4(1) ภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง

ข้อ 13. ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่เป็นองค์ประชุม ตามข้อบังคับว่าด้วยการประชุม
และดำเนินกิจการของคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้คณะกรรมการที่เหลืออยู่กระทำการในนามของ
คณะกรรมการต่อไปได้แต่เฉพาะการจัดให้มีการประชุมเพื่อเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งผู้แทนสมาชิกสามัญเป็นกรรมการแทน
ตามข้อ 11 และการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภา

ข้อ 14. ให้คณะกรรมการมอบหมายหน้าที่ให้กับคณะกรรมการชุดใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้
ดำเนินการตามข้อ  10 วรรคสองเสร็จเรียบร้อยแล้ว  และให้แจ้งรายชื่อคณะกรรมการทั้งหมดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทราบ

ข้อ 15. การประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภา ว่าด้วยการประชุมและดำเนินกิจการของคณะกรรมการ
และการประชุมใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

การดำเนินการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้ง

ข้อ 15. ทวิ ก่อนการประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน ให้คณะกรรมการบริหารสภาแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งจากกรรมการ เรียกว่า "คณะอนุกรรมการสรรหา" มีจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคน ให้คณะอนุกรรมการสรรหา
เลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานการประชุมของคณะอนุกรรมการสรรหาต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการ
ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุมและให้ประธานคณะอนุกรรมการสรรหาเป็น ประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดในที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด ให้คณะอนุกรรมการสรรหามีอำนาจหน้าที่
ในการสรรหาผู้แทนสมาชิกสามัญที่เห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นกรรมการประเภทเลือกตั้งเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเลือกตั้ง
กรรมการประเภทเลือกตั้ง
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 15. ตรี เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งผู้แทนสมาชิกสามัญเป็นกรรมการ หากสมาชิกสามัญรายใดเป็นสมาชิกกลุ่มสมาชิก
มากกว่าหนึ่งกลุ่มให้สมาชิกสามัญรายนั้นเลือกว่า ตนจะสังกัดกลุ่มสมาชิกกลุ่มใดเพียงกลุ่มเดียว โดยให้แจ้งกลุ่มสมาชิกที่ตนประสงค์จะสังกัด
ต่อสภาตามแบบที่สภากำหนดไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนการประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งหากสมาชิก
สามัญดังกล่าวรายใดไม่แจ้งต่อสภาภายในเวลาที่กำหนดให้คณะอนุกรรมการสรรหามีอำนาจกำหนดกลุ่มสมาชิกที่สมาชิกสามัญรายนั้น
จะสังกัดตามที่พิจารณาเห็นเหมาะสม เว้นแต่คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการในกรณีอื่น ๆ
นอกจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งให้ถือว่าสมาชิกสามัญสังกัดกลุ่มสมาชิกตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งทั้งนี้เว้นแต่คณะกรรมการจะพิจารณา
เป็นอย่างอื่น
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 15. จัตวา ให้แต่ละกลุ่มสมาชิกและ/หรือสมาชิกสามัญเสนอชื่อผู้แทนสมาชิกสามัญที่เห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นกรรมการประเภท
เลือกตั้งตามแบบที่สภากำหนดต่อคณะอนุกรรมการสรรหาไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนการประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการ
ประเภทเลือกตั้ง ในกรณีที่สมาชิกสามัญเป็นผู้เสนอชื่อจะต้องมีสมาชิกสามัญรายอื่นรับรองการเสนอชื่อนั้นไม่น้อยกว่าสองรายอนุกรรมการ
สรรหาตามข้อ 15 ทวิมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นกรรมการประเภทเลือกตั้งได้โดยอนุกรรมการสรรหาคนนั้น
จะเสนอชื่อตนเองไม่ได้และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 15. เบญจ ให้คณะอนุกรรมการสรรหาจัดทำบัญชีรายชื่อ โดยรวบรวมรายชื่อผู้แทนสมาชิกสามัญที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ 15 จัตวา
พร้อมทั้งมีอำนาจพิจารณาเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือ ตัดทอนจำนวนผู้แทนสมาชิกสามัญให้ได้จำนวนไม่เกินหนึ่งเท่าครึ่งของจำนวนกรรมการ
ประเภทเลือกตั้งที่จะได้รับเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม
หรือตัดทอนจำนวนผู้แทนสมาชิกสามัญตามวรรคหนึ่ง ให้คณะอนุกรรมการสรรหาดำเนินการโดยคำนึงถึงจำนวนและสัดส่วนของสมาชิกสามัญ
และกลุ่มสมาชิกที่เหมาะสม ให้คณะอนุกรรมการสรรหาเสนอบัญชีรายชื่อดังกล่าวในวรรคหนึ่งพร้อมทั้งระบุกลุ่มสมาชิกที่ผู้แทนสมาชิกสามัญ
คนนั้นสังกัดต่อประธานดำเนินการเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้ง
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 15 ฉ ให้สภาประกาศรายชื่อสมาชิกผู้มีสทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งคณะกรรมการพร้อมรายชื่อผู้แทนของสมาชิกณ สำนักงานใหญ่
ของสภา สำนักงานสาขา และสถานที่ทำการกลุ่มสมาชิก ภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ของปีที่มีการเลือกตั้ง ให้สมาชิกผู้ที่เห็นว่า
รายชื่อของตนหรือรายชื่อผู้แทนของตน ไม่ถูกต้องมีสิทธิแจ้งให้สภาทราบ ภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ของปีที่มีการเลือกตั้ง
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2542)

ข้อ 15 สัตต ให้สภาประกาศรายชื่อสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งคณะกรรมการพร้อมรายชื่อผู้แทนของสมาชิก
อีกครั้งหนึ่ง ณ สำนักงานใหญ่ของสภาสำนักงานสาขา และสถานที่ทำการกลุ่มสมาชิกเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 วัน ก่อนวันเลือกตั้งคณะกรรม
การรายชื่อสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนในการเลือกตั้งคณะกรรมการและรายชื่อผู้แทนของสมาชิกตามประกาศในวรรคแรกให้ถือเป็นที่สุด
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2542)
 

ข้อ 16. ในการประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้ง ให้ที่ประชุมแต่งตั้งผู้แทนสมาชิกสามัญคนหนึ่ง
เป็นประธานดำเนินการเลือกตั้งประธานดำเนินการเลือกตั้งไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกเป็นกรรมการประเภทเลือกตั้ง
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 17. ให้ประธานดำเนินการเลือกตั้ง ชี้แจงข้อบังคับ และระเบียบวิธีการเลือกตั้งกรรมการต่อที่ประชุม

ข้อ 18. เมื่อประธานดำเนินการเลือกตั้งชี้แจงรายละเอียดตามข้อ 17 แล้ว ผู้แทนสมาชิกสามัญที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งซึ่ง
อยู่ในที่ประชุมใหญ่สภาจะเสนอชื่อผู้แทนสมาชิกสามัญที่เห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นกรรมการประเภทเลือกตั้งต่อประธาน
ดำเนินการเลือกตั้งเพิ่มเติมจากรายชื่อที่คณะอนุกรรมการสรรหาเสนอต่อประธานดำเนินการเลือกตั้งไปแล้วก็ได้ โดยให้ระบุชื่อ
นามสกุลและชื่อสมาชิกสามัญที่ผู้แทนสมาชิกสามัญคนนั้นเป็นผู้แทนที่มีอำนาจเต็ม หากสมาชิกสามัญรายนั้นเป็นสมาชิกของกลุ่ม
สมาชิก ให้ผู้แทนสมาชิกสามัญที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือถ้าผู้แทนสมาชิกสามัญที่ได้รับการเสนอชื่อไม่อยู่ในที่ประชุมขณะที่มีการเสนอ
ชื่อให้ผู้แทนสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งของสมาชิกสามัญรายนั้น แจ้งกลุ่มสมาชิกที่ผู้แทนสมาชิกสามัญที่ได้รับการเสนอชื่อจะสังกัด
เพียงกลุ่มเดียว ในการเสนอชื่อจะต้องมีสมาชิกสามัญรายอื่นรับรองการเสนอชื่อนั้นไม่น้อยกว่าสองรายผู้แทนสมาชิกสามัญที่ได้รับ
การเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งต้องอยู่ในที่ประชุมขณะที่มีการเสนอชื่อ หรือมีผู้แทนสมาชิกสามัญคนอื่นของสมาชิกสามัญรายนั้นอยู่
ในที่ประชุมอย่างน้อยหนึ่งคน
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 19. ถ้ารายชื่อที่มีผู้เสนอขึ้นมามีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการที่จะต้องเลือกตั้งก็ให้ถือว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อนั้นได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
โดยไม่ต้องมีการเลือกตั้ง

ข้อ 20. ก่อนดำเนินการเลือกตั้งและหลังจากการเสนอชื่อผู้แทนสมาชิกสามัญตามข้อ 18 แล้ว ให้ที่ประชุมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง
มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน เพื่อทำหน้าที่นับคะแนน ในการเลือกตั้งคณะอนุกรรมการนับคะแนนไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกเป็น
กรรมการประเภทเลือกตั้ง
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 21. การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ดำเนินการดังนี้

(1) กำหนดหมายเลขประจำตัวผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ

(2) แจกบัตรลงคะแนนตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดให้แก่สมาชิกสามัญที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

(3) ให้สมาชิกสามัญที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแต่ละรายเลือกบุคคลที่เห็นว่ามีความเหมาะสม
ที่จะเป็นกรรมการได้ไม่เกินจำนวนกรรมการที่จะต้องเลือกตั้ง

(4)  เมื่อสิ้นสุดเวลาลง คะแนนแล้ว ให้ประธานดำเนินการเลือกตั้งควบคุมและดำเนินการให้มีการนับคะแนน
ให้เสร็จภายในวันนั้น แล้วประกาศให้ผู้อยู่ ณ ที่นั้นทราบและปิดประกาศผลการนับคะแนนให้สมาชิกทราบ ณ ที่ทำการสภา

ข้อ 22. ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดและรองลงมาตามลำดับเป็นกรรมการตามจำนวนกรรมการที่ต้องเลือกตั้ง ถ้าตำแหน่งกรรมการ
ในลำดับสุดท้ายมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน ให้ผู้รับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนเท่ากันจับสลากเพื่อเป็นกรรมการ แต่ถ้าผู้นั้นไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้ประธานดำเนินการเลือกตั้งเป็นผู้จับสลากแทน ภายใต้บังคับแห่งข้อ 4 และวาระของคณะกรรมการเหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
หากคณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการประเภทแต่งตั้งเพิ่มขึ้นในระหว่างวาระ ซึ่งคณะกรรมการต้องเลือกกรรมการประเภทเลือกตั้งเพิ่มขึ้น
อีกสองคนต่อกรรมการประเภทแต่งตั้งหนึ่งคน ให้คณะกรรมการเลือกผู้ที่ได้รับคะแนนในลำดับรองลงมาจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ
ประเภทเลือกตั้ง ในการประชุมใหญ่สภาเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เป็นกรรมการประเภทเลือกตั้ง
เพิ่มขึ้นอีกสองคนต่อกรรมการประเภทแต่งตั้งหนึ่งคนเว้นแต่วาระของคณะกรรมการชุดนั้นเหลือน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
ก็ไม่ต้องแต่งตั้งกรรมการประเภทแต่งตั้ง
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

ข้อ 23. ให้ประธานดำเนินการเลือกตั้งรวบรวมเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการเลือกตั้งมอบให้สภาเก็บรักษาไว้ ณ ที่ทำการของสภาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี

ข้อ 24. ให้สภาปิดประกาศผลการเลือกตั้งกรรมการไว้ ณ ที่ทำการของสภาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

 

การดำเนินการแต่งตั้งกรรมการประเภทแต่งตั้ง

ข้อ 25. ให้สำนักงานสาขา กลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มท้องที่เสนอชื่อผู้แทนของกลุ่มสมาชิกซึ่งต้องเป็นผู้แทนสมาชิกสามัญของตน
แห่งละหนึ่งคน ภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่การเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้งเสร็จสิ้น เพื่อรับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการประเภทแต่งตั้ง
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538)

 

ข้อ 26. วิธีการแต่งตั้งกรรมการประเภทแต่งตั้งให้เป็นไปตามที่กรรมการประเภทเลือกตั้งจะมีมติตามที่เห็นสมควร

 

บทเฉพาะกาล

ข้อ 27. ในการเลือกตั้งกรรมการครั้งแรกของสภา  ให้คณะกรรมการคณะแรกดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการประเภทเลือกตั้ง
ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยใช้บังคับ ถ้ามีความจำเป็น คณะกรรมการคณะแรก
อาจขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขยายระยะเวลาตามวรรคแรกก็ได้ การขยายระยะเวลาดังกล่าวให้ขยายได้ครั้งละ
ไม่เกินหกสิบวันแต่ทั้งนี้รวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ข้อ 28. กรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งตามข้อ 27 ต้องดำเนินการแต่งตั้งกรรมการประเภทแต่งตั้ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับเลือกตั้ง

ข้อ 29. เมื่อเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการตามข้อ 27 และ 28 แล้ว  กรรมการคณะใหม่ต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการภายในสามสิบวัน
นับแต่วันแต่งตั้งกรรมการตามข้อ 28 เพื่อดำเนินการเลือกตำแหน่งกรรมการตามข้อ 5

ข้อ 30. เมื่อดำเนินการตามข้อ 29 แล้ว ให้คณะกรรมการคณะแรกพ้นจากตำแหน่งและมอบหมายหน้าที่ให้กับคณะกรรมการชุดใหม่ภายในสิบห้าวัน

ข้อ 31. ในระหว่างเวลาตั้งแต่จัดตั้งสภา จนถึงเวลาที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติข้อบังคับนี้ และได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว
การดำเนินการใด ๆ ของคณะกรรมการตามข้อบังคับนี้ หากกระทำไปโดยมติของคณะกรรมการ ย่อมเป็นอันใช้ได้

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2531

ลงชื่อ

(นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา)                   

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

จำนวนคนอ่าน : 147038 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย