พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ฉบับที่ 21
ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2552
…………………………………………………

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21(10) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ให้ออกข้อบังคับว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย    ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2552”
ข้อ 2  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2552 เป็นต้นไป
ข้อ 3  ในข้อบังคับนี้
 “สภา” หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “สถาบัน” หมายถึง สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสภา” หมายถึง กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “คณะกรรมการสภา”หมายถึง คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “ประธานสภา” หมายถึง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “รองประธานสภา” หมายถึง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสถาบัน”หมายถึง กรรมการสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทาง  เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย 
 “คณะกรรมการสถาบัน” หมายถึง คณะกรรมการสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย
 “ประธานสถาบัน” หมายถึง ประธานสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย
 “รองประธานสถาบัน”หมายถึง รองประธานสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย   
ข้อ 4  ให้จัดตั้งสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภา และให้สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย  แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้
ข้อ 5 สถาบัน มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 
     (1) เป็นหน่วยงานที่จะให้บริการ การทดสอบการประยุกต์ใช้ RFID (RFID Testbed)  แก่ผู้ประกอบการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นผู้ใช้  ผู้พัฒนาอุปกรณ์ และชิ้นส่วน  ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้จัดจำหน่าย
     (2) สนับสนุนกิจกรรมการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี RFID ในประเทศไทย
     (3) ส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID อย่างชาญฉลาดของอุตสาหกรรมในประเทศไทย (Smart Adoption/Utilization Promotion)
     (4) ส่งเสริมการพัฒนาและการเชื่อมโยงทางธุรกิจของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ RFID ทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศ (Supply-chain Business Match-making)
     (5) ส่งเสริมการพัฒนาฐานความรู้ เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และให้คำปรึกษาทางเทคโนโลยี RFID ต่อสาธารณชน (Public Awareness/Knowledge Creation)
ข้อ 6 ให้สถาบัน มีที่ตั้งสำนักงานตามที่สภากำหนด
ข้อ 7 ชื่อเป็นภาษาอังกฤษของสถาบัน เรียกว่า “RFID Institute of Thailand, The Federation of Thai Industries” ชื่อย่อภาษาอังกฤษ คือ RFID–Thailand และชื่อย่อภาษาไทย คือ สลอท.
ข้อ 8 ตราของสถาบันให้มีรูปลักษณะดังนี้

 
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย

หมวด 2
กรรมการ

ข้อ 9  เพื่อดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ให้มีคณะกรรมการสถาบัน ประกอบด้วยประธานสภา เป็นประธานสถาบัน โดยผู้แทนของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) , ผู้แทนของสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ,  ผู้แทนของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ , ผู้แทนของสมาคมสมองกลฝังตัวไทยและผู้ทรงคุณวุฒิ  ซึ่งคณะกรรมการสภา แต่งตั้งรวมกันไม่เกินเก้าคนเป็นกรรมการ 
ข้อ 10 กรรมการสถาบัน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
     (1) มีสัญชาติไทย
     (2)   ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
     (3)   ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
     (4) ไม่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังต่อไปนี้ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมืองอื่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
     (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 11 ให้กรรมการสถาบัน มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกิน 3 ปี  เมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วจะรับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ข้อ 12 นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 11 กรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3) คณะกรรมการสภา มีมติให้ออก
     (4) ในกรณีที่กรรมการสถาบัน เป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภา
     (5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 13 เมื่อกรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและวาระกรรมการผู้นั้นเหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบัน แทนภายในสามสิบวัน และให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการสถาบันซึ่งตนแทน
ข้อ 14 ในกรณีที่กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนอกจากการพ้นตำแหน่งทั้งคณะตามข้อ 24 ให้กรรมการสถาบัน ที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่งเพื่อดำเนินการของสถาบัน ต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสถาบัน ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่โดยทันที
ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสถาบัน ว่างลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่เป็นองค์ประชุมตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ให้คณะกรรมการสถาบันที่เหลืออยู่กระทำการในนามของคณะกรรมการสถาบัน ต่อไปได้แต่เฉพาะกิจการเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสภาจะแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันครบจำนวนที่เป็นองค์ประชุม
ข้อ 15 คณะกรรมการสถาบัน มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสถาบัน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ตามข้อ 5 รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
     (1) ออกระเบียบในเรื่องที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายในเกี่ยวกับกิจการของสถาบัน
     (2) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบัน อนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น เพื่อพิจารณาเรื่องราวต่างๆ หรือทำกิจการเฉพาะอย่าง อันอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสถาบัน ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการสถาบันได้
การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบใดๆ ตามข้อบังคับฉบับนี้จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 และข้อบังคับ  
ข้อ 16 ให้คณะกรรมการสถาบัน แต่งตั้งกรรมการบริหารสถาบัน จากผู้แทน 3 หน่วยงาน ได้แก่  สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) , สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หน่วยงานละ 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 9 คน และมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่คณะกรรมการสถาบันกำหนด แต่ไม่เกินกว่าวาระของคณะกรรมการสถาบัน ชุดที่แต่งตั้งการประชุม องค์ประชุม และการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการบริหารสถาบันให้นำข้อกำหนดตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ของข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 17 กรรมการบริหารสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 ของข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 18 นอกจากพ้นตำแหน่งตามวาระตามข้อ 16 กรรมการบริหารสถาบัน พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3) คณะกรรมการสถาบัน มีมติให้ออก
     (4) ในกรณีที่กรรมการบริหารสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภา
     (5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 19 ให้คณะกรรมการสถาบัน จัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการสถาบัน ในปีที่ล่วงมาและคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อคณะกรรมการสภา ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี พร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปี

หมวด 3
การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน


ข้อ 20  การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ต้องมีกรรมการสถาบันมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดตามข้อ 9 จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสถาบันไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุม
ถ้าประธานและรองประธานสถาบัน ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก
กรรมการสถาบันคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ในการประชุมคณะกรรมการสถาบัน ถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการสถาบัน ผู้ใด กรรมการสถาบัน ผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง
 กรรมการสถาบันอาจมอบหมายให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงแทนตนได้ โดยต้องนำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อประธานในที่ประชุมก่อนเริ่มการประชุม
ข้อ 21 ในการเรียกประชุมทุกคราว ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้กรรมการสถาบันทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการก่อนวันนัดประชุม โดยระบุ วัน เวลาและสถานที่ประชุม และเรื่องที่จะประชุมปรึกษา 
ข้อ 22 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละสองครั้ง เว้นแต่คณะกรรมการสถาบันจะเห็นเป็นอย่างอื่น

หมวด 4
การควบคุมของสภา

ข้อ 23 ให้คณะกรรมการสภา มีอำนาจดังต่อไปนี้
     (1) ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการใดๆ ของสถาบัน หรือคณะกรรมการสถาบัน
     (2) สั่งให้สถาบัน คณะกรรมการสถาบัน หรือกรรมการสถาบัน ระงับหรือแก้ไขการกระทำใดๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 ข้อบังคับสภา มติของสภา หรือวัตถุประสงค์ของสถาบัน
ข้อ 24 เมื่อปรากฏว่าสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสภาตามข้อ 23 หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภา ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจสั่งให้กรรมการสถาบันคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง  ในกรณีเช่นนี้ กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสถาบันอีก  เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่ง
ข้อ 25 ในกรณีที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ตามข้อ 24 ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งบุคคลจากกรรมการสภา จำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคนแต่ไม่เกินสิบเจ็ดคน เป็นคณะกรรมการสถาบันชั่วคราวในวันเดียวกันกับวันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง  และให้นำความในมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
 ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็น และเมื่อกรรมการสถาบัน คณะใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง

หมวด 5
บทเฉพาะกาล

ข้อ 26 ให้คณะกรรมการสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการบริหารสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับเป็นคณะกรรมการสถาบัน และคณะกรรมการบริหารสถาบันตามลำดับต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้ หรือจนกว่าคณะกรรมการสภา หรือคณะกรรมการสถาบันมีมติเป็นอย่างอื่น

ให้ไว้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2552

ลงชื่อ

(นายสันติ  วิลาสศักดานนท์)
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

จำนวนคนอ่าน : 140111 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย