พ.ร.บ.และข้อบังคับส.อ.ท.

พระราชบัญญัติ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2530
หน้าหลัก | ฉบับที่ 1 | ฉบับที่ 2 | ฉบับที่ 3 | ฉบับที่ 4 | ฉบับที่ 5 | ฉบับที่ 6 | ฉบับที่ 7 | ฉบับที่ 8 | ฉบับที่ 9
| ฉบับที่ 10 | ฉบับที่ 11 | ฉบับที่ 12 | ฉบับที่ 13 | ฉบับที่ 14 | ฉบับที่ 15 | ฉบับที่ 16 | ฉบับที่ 17 | ฉบับที่ 18
| ฉบับที่ 19 | ฉบับที่ 20 | ฉบับที่ 21 | ฉบับที่ 22 | ฉบับที่ 23

ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ฉบับที่ 22
ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2552
…………………………………………………

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21(10) แห่งพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ให้ออกข้อบังคับว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 22   ว่าด้วย ข้อบังคับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2552”
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2552 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
  “สภา” หมายถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “สถาบัน” หมายถึง สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม      แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสภา” หมายถึง กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “คณะกรรมการสภา” หมายถึง คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “ประธานสภา”  หมายถึง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “รองประธานสภา” หมายถึง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 “กรรมการสถาบัน” หมายถึง กรรมการสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
 “คณะกรรมการสถาบัน”หมายถึง คณะกรรมการสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
 “ประธานสถาบัน” หมายถึง ประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
“รองประธานสถาบัน”หมายถึง รองประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

หมวด 1
สถานะของสถาบัน

ข้อ 4 ให้จัดตั้งสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภา และให้สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้
ข้อ 5  สถาบันมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
     (1) ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีความรู้และมีส่วนร่วมในด้านการจัดการเกี่ยวกับวัสดุรีไซเคิล
     (2) สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบัน การศึกษา โดยมุ่งเน้นให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ
     (3) สร้างงาน สร้างรายได้ ส่งเสริมการออม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการดำเนินโครงการต่างๆ ด้านการจัดการวัสดุรีไซเคิล
    (4) ให้คำปรึกษาและเป็นแหล่งข้อมูลด้านการจัดการวัสดุรีไซเคิลให้กับทุกภาคส่วน
ข้อ 6 ให้สถาบันมีที่ตั้งสำนักงานตามที่สภากำหนด
ข้อ 7  ชื่อเป็นภาษาอังกฤษของสถาบันเรียกว่า “The Thailand Institute of Packaging Management for Sustainable Environment, The Federation of Thai Industries”   มีชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “TIPMSE, FTI”
ข้อ 8  ตราของสถาบันให้มีรูปลักษณะดังนี้


    
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

หมวด 2
กรรมการ

ข้อ 9  เพื่อดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ให้มีคณะกรรมการสถาบัน ประกอบด้วยประธานสภา เป็นประธานสถาบัน รองประธานสภาที่ประธานสภาแต่งตั้ง เป็นรองประธานสถาบัน และกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการสภาแต่งตั้งรวมกันไม่น้อยกว่าสิบสองคนเป็นกรรมการ 
ข้อ 10  กรรมการสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
     (1) มีสัญชาติไทย
     (2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
     (3) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
     (4) ไม่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังต่อไปนี้
 นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการ
 การเมืองอื่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
     (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ
 ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 11 ให้กรรมการสถาบันมีวาระอยู่ในตำแหน่งไม่เกินกว่าวาระของกรรมการสภาที่แต่งตั้ง กรรมการสถาบันเมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว จะรับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้
ข้อ 12  นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 11 กรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3) คณะกรรมการสภามีมติให้ออก
     (4) ในกรณีที่กรรมการสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภา
     (5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 13  เมื่อกรรมการสถาบันพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและวาระกรรมการผู้นั้นเหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันแทนภายในสามสิบวันและให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการสถาบันซึ่งตนแทน
ข้อ 14 ในกรณีที่กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง นอกจากการพ้นตำแหน่งทั้งคณะตามข้อ 24 ให้กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่ง เพื่อดำเนินกิจการของสถาบันต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันชุดใหม่โดยทันทีในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสถาบันว่างลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่เป็นองค์ประชุมตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ให้คณะกรรมการสถาบันที่เหลืออยู่กระทำการในนามของคณะกรรมการสถาบันต่อไปได้แต่เฉพาะกิจการเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการสภาจะแต่งตั้งบุคคลตามที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับนี้เป็นกรรมการสถาบันครบจำนวนที่เป็นองค์ประชุม
ข้อ 15  คณะกรรมการสถาบันมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสถาบันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ตามข้อ 5 รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
     (1) ออกระเบียบในเรื่องที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายในเกี่ยวกับกิจการของสถาบัน
     (2) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบัน อนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่เรียกชื่ออย่าง อื่น เพื่อพิจารณาเรื่องราวต่างๆ หรือทำกิจการเฉพาะอย่างอันอยู่ในขอบเขต วัตถุประสงค์ของสถาบันภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการสถาบันได้
การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบใดๆ ตามข้อบังคับฉบับนี้จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 และข้อบังคับ
ข้อ 16  ให้คณะกรรมการสถาบันแต่งตั้งกรรมการบริหารสถาบันจากกรรมการสภาและผู้ทรงคุณวุฒิมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน ซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการสภาไม่น้อยกว่าสองคน และมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่คณะกรรมการสถาบันกำหนด แต่ไม่เกินกว่าวาระของคณะกรรมการสถาบันชุดที่แต่งตั้ง
การประชุม องค์ประชุม และการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการบริหารสถาบันให้นำข้อกำหนดตามหมวดสามว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการสถาบันของข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 17 กรรมการบริหารสถาบันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 ของข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 18  นอกจากพ้นตำแหน่งตามวาระตามข้อ 16 กรรมการบริหารสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
     (1) ตาย
     (2) ลาออก
     (3)   คณะกรรมการสถาบันมีมติให้ออก
     (4)   ในกรณีที่กรรมการบริหารสถาบันเป็นกรรมการสภา เมื่อพ้นจากตำแหน่ง กรรมการสภา
(5) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10
ข้อ 19  ให้คณะกรรมการสถาบันจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการสถาบันในปีที่ล่วงมา และคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อคณะกรรมการสภา ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปีพร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปี

หมวด 3
การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน

ข้อ 20 การประชุมของคณะกรรมการสถาบัน ต้องมีกรรมการสถาบันมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดตามข้อ 9 จึงจะเป็นองค์ประชุมให้ประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสถาบันไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานสถาบันเป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานและรองประธานสถาบันไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมากกรรมการสถาบันคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาดในการประชุมคณะกรรมการสถาบันถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการสถาบันผู้ใด กรรมการสถาบันผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง กรรมการสถาบันอาจมอบหมายให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงแทนตนได้ โดยต้องนำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อประธานในที่ประชุมก่อนเริ่มการประชุม
ข้อ 21 ในการเรียกประชุมทุกคราว ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้กรรมการสถาบันทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการก่อนวันนัดประชุม โดยระบุ วัน เวลาและสถานที่ประชุม และเรื่องที่จะประชุมปรึกษา
ข้อ 22 ให้คณะกรรมการสถาบันจัดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละสองครั้ง เว้นแต่คณะกรรมการสถาบันจะเห็นเป็นอย่างอื่น

หมวด 4
การควบคุมของสภา

ข้อ 23 ให้คณะกรรมการสภามีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการใดๆ ของสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบัน
(2) สั่งให้สถาบัน คณะกรรมการสถาบันหรือกรรมการสถาบันระงับหรือแก้ไขการ กระทำใดๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  พ.ศ. 2530 ข้อบังคับสภา มติของสภา หรือวัตถุประสงค์ของสถาบัน
ข้อ 24 เมื่อปรากฏว่าสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสภาตามข้อ 23 หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภาให้คณะกรรมการสภามีอำนาจสั่งให้กรรมการสถาบันคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง  ในกรณีเช่นนี้ กรรมการสถาบันที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสถาบันอีก  เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่ง
ข้อ 25 ในกรณีที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ตามข้อ 24 ให้คณะกรรมการสภาแต่งตั้งบุคคลจากกรรมการสภา จำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคนแต่ไม่เกินสิบเจ็ดคน เป็นคณะกรรมการสถาบันชั่วคราวในวันเดียวกันกับวันที่คณะกรรมการสภามีคำสั่งให้กรรมการสถาบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง  และให้นำความในมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
         ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็น และเมื่อกรรมการสถาบันคณะใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว  ให้คณะกรรมการสถาบันชั่วคราวตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง

 หมวด 5
บทเฉพาะกาล

ข้อ 26  ให้คณะกรรมการสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับเป็นกรรมการสถาบันต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้หรือจนกว่าคณะกรรมการสภาหรือคณะกรรมการสถาบันมีมติเป็นอย่างอื่น

ให้ไว้ ณ วันที่  31 มีนาคม 2552

ลงชื่อ

(นายสันติ  วิลาสศักดานนท์)
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

จำนวนคนอ่าน : 143568 คน

บริการข่าวสาร

ศูนยข้อมูล อุตสาหกรรม

แหล่งฐานข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่าย