คุณรู้ยัง ! ว่าลูกทีมของคุณทำงานคุ้ม ? มาให้เราช่วยเขียน KPI for Performance Driven เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง  ด้วยการวัดผลแบบมุ่งเป้า

คุณรู้ยัง ! ว่าลูกทีมของคุณทำงานคุ้ม ? มาให้เราช่วยเขียน KPI for Performance Driven เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง ด้วยการวัดผลแบบมุ่งเป้า

คุณรู้ยัง ! ว่าลูกทีมของคุณทำงานคุ้ม ? มาให้เราช่วยเขียน KPI for Performance Driven เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง ด้วยการวัดผลแบบมุ่งเป้า

.
🔶 ยกระดับศักยภาพ SME
🔶 เพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้แบบเร่งด่วน
🔶 ลดต้นทุนในธุรกิจ เพื่อผลกำไรสูงสุด
.
SME ที่เข้าร่วมจะได้รับบริการดังนี้ :
๐ การให้คำปรึกษาแบบ 1 ต่อ 1
๐ อบรมเข้มข้น 3 ชั่วโมง
๐ แบบฟอร์มประเมินผลประจำปี
๐ ตัวอย่างKPI 1แผนกสำหรับธุรกิจของคุณ

>>สมัครวันนี้ ถึง 10 มีนาคม 2564

📍ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
http://bit.ly/3uGI94U

#ServiceProvider
#SMEWECAREPlus
#สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
#สถาบันSMIเคียงคู่ผู้ประกอบการ

สร้างแบรนด์มาตั้งแรมปีก็ยังไม่ปัง! มาเรียนรู้โมเดลระดับโลกกันว่าเค้าปั้นกันยังไง ด้วย CRAFT AND CURATED BRANDING เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง ด้วยการสร้างแบรนด์แบบมุ่งเป้า

สร้างแบรนด์มาตั้งแรมปีก็ยังไม่ปัง! มาเรียนรู้โมเดลระดับโลกกันว่าเค้าปั้นกันยังไง ด้วย CRAFT AND CURATED BRANDING เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง ด้วยการสร้างแบรนด์แบบมุ่งเป้า

สร้างแบรนด์มาตั้งแรมปีก็ยังไม่ปัง! มาเรียนรู้โมเดลระดับโลกกันว่าเค้าปั้นกันยังไง ด้วย CRAFT AND CURATED BRANDING เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง ด้วยการสร้างแบรนด์แบบมุ่งเป้า

.
🔶 ยกระดับศักยภาพ SME
🔶 เพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้แบบเร่งด่วน
🔶 ลดต้นทุนในธุรกิจ เพื่อผลกำไรสูงสุด
.
SME ที่เข้าร่วมจะได้รับบริการดังนี้ :
๐ การให้คำปรึกษาแบบ 1 ต่อ 1
๐ อบรมเข้มข้น 3 ชั่วโมง
๐ กำหนด Mood & Tone และ Brand Direction
๐ รังสรรค์ Brand Content เพื่อนำไปใช้งานสำหรับธุรกิจของคุณ

>>สมัครวันนี้ ถึง 10 มีนาคม 2564

📍ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
http://bit.ly/3uGI94U

#ServiceProvider
#SMEWECAREPlus
#สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
#สถาบันSMIเคียงคู่ผู้ประกอบการ

จะเล่าเรื่องให้ปัง…เด่นดังบนโลกออนไลน์ต้องทำยังไง? มาให้เราช่วยสร้าง CONTENT MARKETING เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง  ด้วยคอนเทนต์แบบมุ่งเป้า

จะเล่าเรื่องให้ปัง…เด่นดังบนโลกออนไลน์ต้องทำยังไง? มาให้เราช่วยสร้าง CONTENT MARKETING เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง ด้วยคอนเทนต์แบบมุ่งเป้า

จะเล่าเรื่องให้ปัง…เด่นดังบนโลกออนไลน์ต้องทำยังไง? มาให้เราช่วยสร้างCONTENT MARKETING เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้พุ่ง ด้วยคอนเทนต์แบบมุ่งเป้า

SME ที่เข้าร่วมจะได้รับบริการดังนี้ :
๐ การให้คำปรึกษาแบบ 1 ต่อ 1
๐ อบรมเข้มข้น 3 ชั่วโมง
๐ Content Planning 3เดือน
๐ รังสรรค์ 1 Content ยาว 2 Contents สั้น

>>สมัครวันนี้ ถึง 10 มีนาคม 2564

📍ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
http://bit.ly/3uGI94U

#ServiceProvider
#SMEWECAREPlus
#สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
#สถาบันSMIเคียงคู่ผู้ประกอบการ

บริการเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจ สำหรับ SMEs จาก Service Provider มืออาชีพ

บริการเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจ สำหรับ SMEs จาก Service Provider มืออาชีพ

🎯บริการเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจ สำหรับ SMEs จาก Service Provider มืออาชีพ
🌈เพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้แบบเร่งด่วน
🌈ลดต้นทุนในธุรกิจ เพื่อผลกำไรสูงสุด

🔘สนับสนุนค่าบริการ….ให้กับทุก SMEs ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

🔸 ด่วน!! สมัครวันนี้ ถึง 10 มีนาคม 2564 รับจำนวนจำกัดเพียง 150 รายเท่านั้น

คุณสมบัติ
🔸เป็นผู้ประกอบการ SME ภาคการผลิต (รายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท)
🔸จดทะเบียนถูกต้องกับหน่วยงานภาครัฐ
🔸เป็นสมาชิก สสว.
🔸มีความพร้อมในการรับการพัฒนา

☑️กิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพ SME โดยพัฒนาระบบผู้ให้บริการทางธุรกิจ (Service Provider)

📍ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
http://bit.ly/3uGI94U

#ServiceProvider
#SMEWECAREPlus
#สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
#สถาบันSMIเคียงคู่ผู้ประกอบการ

โควิดฉุดใช้เหล็ก 8 เดือนวูบหนัก

โควิดฉุดใช้เหล็ก 8 เดือนวูบหนัก

พิษโควิดฉุดความต้องการใช้เหล็กในประเทศ 8 เดือนแรกลดลง 14% กลุ่มอุตฯเหล็ก ส.อ.ท. มั่นใจนโยบาย Made in Thailand ช่วยฟื้นเศรษฐกิจเร็วขึ้น

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ระบุผลจากโควิด-19 ส่งผลกระทบหนัก ฉุดปริมาณความต้องการใช้เหล็กในประเทศ 8 เดือนแรกของปี 2563 ลดลง 14% แต่ยังมั่นใจในนโยบาย “Made in Thailand” ที่ ส.อ.ท. ผลักดันและร่วมขับเคลื่อนกับภาครัฐจะช่วยฟื้นสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศได้เร็ว

นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของระบบอุตสาหกรรม เพราะเหล็กเป็นวัตถุดิบที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย ได้แก่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เฟอร์นิเจอร์ ก่อสร้าง ฯลฯ ในปี 2562 ทั่วทั้งโลกมีความต้องการใช้เหล็กสูงถึง 1,767 ล้านตัน แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างรุนแรงนั้น ทำให้ความต้องการใช้เหล็กรวมของโลกในปี 2563 ถดถอยลง โดยคาดว่าจะเหลือ 1,725.1 ล้านตัน ลดลง 2.4% จากปี 2562 หากจำแนกผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยเปรียบเทียบปริมาณความต้องการใช้เหล็กปี 2563 กับปี 2562 เป็นรายประเทศ พบว่าเกือบทุกประเทศมีปริมาณความต้องการใช้เหล็กถดถอยลง ได้แก่ อิตาลี -22% อินเดีย -20% ญี่ปุ่น -19% สหรัฐอเมริกา -16% เกาหลีใต้ -8% ยกเว้นประเทศจีน ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้เหล็กปี 2563 มากกว่าปี 2562 +8% โดยความต้องการใช้เหล็กรวมของโลกหากไม่รวมประเทศจีน จะถดถอย -13%

สำหรับประเทศไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2563 มีปริมาณการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็ก 11 ล้านตัน ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปี 2562 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยในช่วงท้ายปี 2563 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีปริมาณความต้องการใช้เหล็กทั้งปีราว 16.7 ล้านตัน ลดลง 10% จากปี 2562 โดยผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบน ลดลง 11% และผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาว ลดลง 9%

หากเปรียบเทียบกับวิกฤตการเงินโลก ค.ศ. 2009 เมื่อ 11 ปีก่อน ได้ส่งผลกระทบให้ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทย ปี 2552 ถดถอยลงถึง 21% แต่ในปีถัดไป คือปี 2553 ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มสูงขึ้นถึง 31%

แต่สำหรับวิกฤติโควิด-19 นี้ ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยปี 2563 ถดถอยลง 10% แต่การฟื้นตัวจะช้าและต้องใช้เวลาหลายปี โดยคาดว่าปี 2564 ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มาก ราว 4% ถึง 5% เป็น 17.3 ถึง 17.5 ล้านตันเท่านั้น ดังนั้น การสนับสนุนจากภาครัฐทั้งการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายใน และการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตในประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยเร่งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศให้เร็วขึ้นได้

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ผลักดันนโยบาย “Made in Thailand” และรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ได้มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการคลัง เรื่อง “กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนโดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของพัสดุที่จะใช้ตามบัญชีรายชื่อที่ขึ้นไว้กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำหรับงานก่อสร้างได้กำหนดให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศก่อนโดยต้องไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าหรือปริมาณเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนั้น และหากในกรณีที่พบว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ขณะที่ผู้เสนอราคาที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่ารายของต่างชาติไม่เกิน 3% ให้พิจารณาเลือกการจัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการของไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่าการผลักดันนโยบาย Made in Thailand อย่างจริงจังซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจฐานชุมชน (Local Economy) ของรัฐบาล จะช่วยให้อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศฟื้นตัวและสามารถใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ใช้กำลังการผลิตเพียง 30% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับการใช้กำลังการผลิตเหล็กเฉลี่ยของโลกในปี 2562 ที่ 78% นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท. ขอให้ภาครัฐพิจารณาให้โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership : PPP) ต่างๆ ส่งเสริมการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศไทยด้วยเช่นกัน เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงานและการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศไทย

 

แหล่งอ้างอิง: https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/453421

ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท. กล่าวต่อฐานเศรษฐกิจ ความสำเร็จของการผลักดัน Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท. กล่าวต่อฐานเศรษฐกิจ ความสำเร็จของการผลักดัน Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

          คุณนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ต่อฐานเศรษฐกิจ ว่าตามที่ได้เคยผลักดันการส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศไทยแก่ภาครัฐบาล ตั้งแต่ปี 2558 บัดนี้ในปี 2563 ภายใต้นโยบาย “Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน” ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนโยบาย “Made in Thailand” โดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ช่วยส่งเสริมให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการผลักดันการใช้สินค้าภายในประเทศ

          “โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ได้มีมติอนุมัติหลักการให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของพัสดุที่จะใช้สำหรับงานก่อสร้างกำหนดให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศก่อน โดยต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าหรือปริมาณเหล็ก หรือเหล็กกล้าที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนั้นเช่น เหล็กเส้น เหล็กลวด ท่อเหล็ก เหล็กแผ่น”  คุณนาวาฯ ชี้แจงความคืบหน้าต่อฐานเศรษฐกิจ

          ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก มั่นใจว่าการส่งเสริมสินค้าเหล็ก Made in Thailand จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 และทำให้เกิดการสร้างงานในประเทศ อันเนื่องมาจากการลงทุนด้านโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคที่กำลังจะเกิดขึ้นในไทย โดยแม้ว่าต้นทุนของสินค้าที่ผลิตภายในประเทศจะสูงกว่าสินค้าราคาต่ำจากการทุ่มตลาดของต่างประเทศ แต่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมของเศรษฐกิจด้านการการจ้างงานและการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศไทยอย่างแน่นอน

          “ประเทศไทยเคยเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมเหล็กในอาเซียน แต่เผชิญวิกฤติเหล็กทุ่มตลาดจากต่างชาติปริมาณมากในระยะหลังจนการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเหล็กไทย ลดต่ำเหลือเพียง 30% ซึ่งถือว่าเป็นภาวะวิกฤติแล้ว แม้ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทย ในปี 2563 นี้ จะมีปริมาณราว 16 ล้านตัน ลดลง 9% จากปี 2562 การขับเคลื่อนตามนโยบาย Made in Thailand จะช่วยให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเหล็กไทยปรับตัวสูงขึ้น อุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมหนักที่มีมูลค่าการลงทุนสูง และเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญของประเทศไทย แต่ปัจจุบัน ประเทศไทยพึ่งพิงการนำเข้าสินค้าเหล็กมากถึงสองในสามของการบริโภคเหล็กของประเทศอยู่แล้ว หากประเทศไทยยิ่งต้องพึ่งพาเหล็กนำเข้ามากขึ้น ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนและความมั่นคงแห่งชาติ ในนามกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอแสดงความชื่นชมต่อรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่ได้ขับเคลื่อนการส่งเสริมพัสดุ Made in Thailand นี้ โดยอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจะเดินหน้าทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และควบคุมต้นทุนโดยเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง” คุณนาวาฯ กล่าวทิ้งท้ายต่อฐานเศรษฐกิจ

ที่มา: เว็บไซต์ข่าวฐานเศรษฐกิจ “กลุ่มเหล็กเฮ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใช้เหล็กในประเทศ” ลงวันที่ 1 ก.ย. 63 https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/447677

ภาพ: <a href=”http://www.freepik.com”>Designed by evening_tao / Freepik</a>

————————————————

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม ส.อ.ท.

โทร. 0-2345-1162

X
X