การประชุมสามัญประจำปี 2563 และการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ แก้วและกระจก วาระปี 2563 – 2565

การประชุมสามัญประจำปี 2563 และการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ แก้วและกระจก วาระปี 2563 – 2565

20 กุมภาพันธ์ 2563 กลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก จัดการประชุมสามัญประจำ ปี 2563 และการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ วาระปี 2563 – 2565 ณ ห้อง Sukhumvit ชั้น 2 โรงแรม Sheraton Grand สุขุมวิท กรุงเทพฯ

โดย มีรายชื่อคณะกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก วาระปี 2563 – 2565 ดังนี้

(1)

นางสาวจริยา

แสงไชยญา

บมจ. โอเชียนกลาส

สน1079

(2)

นางสาวจินตนา

จันทเลิศ

บจก. อยุธยากล๊าส อินดัสทรี

สน12016

(3)

นายวีระศักดิ์

จงเจริญพรชัย  

บมจ. อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย

สน273

(4)

นายวรวิทย์

สุรีศรากร

บจก. สยามไฟเบอร์กลาส

สน2773

(5)

นายชาติชาย

พานิชชีวะ

บจก. บางกอกคริสตัล

สน4536

(6)

นายนิธิศ

ฉันทจิรพร

บจก. ลักกี้กลาส

สน4629

(7)

นายสมพร

เต็มอุดมสมบูรณ์

บมจ. บางกอกกล๊าส

สน489

(8)

นางรัตนา

เมธาภัทร

บจก. ไมโครไฟเบอร์อุตสาหกรรม

สน493

(9)

นายวิวัฒน์

ศุปธรรม

บจก. สยามกลาสอินดัสทรี

สน559

(10)

นางสาวนาตยา

จิตรนาศิลป์

บจก. ล.ไลท์ติ้งกลาส

สน5804

(11)

นายทรงพล

บำเพ็ญสันติ    

บมจ. เอจีซี แฟลทกลาส (ประเทศไทย)

สน79

(12)

นายสมพร

ณ สุพรรณ์

บจก. ไทย มาลายา กลาส

สน8628

(13)

นายวิจิตร

ทองบุญ

บจก. การ์เดียนอินดัสทรีส์ คอร์ป

สน2844

(14)

ว่าที่ร้อยตรีนิคม  

อริยกุลนิมิต

บจก. เอเชียแปซิฟิกกลาส

สน11912

คณะกรรมการได้มีมติแต่งตั้ง นายชาติชาย พานิชชีวะ ผู้แทนจาก บจก. บางกอกคริสตัล (สน4536) เป็นประธานกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก วาระปี 2563 – 2565

เอกชนเสนอภาครัฐ ดูแลภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่จำเป็น เพื่อป้องกันสินค้าขาดแคลนในสถานการณ์วิกฤต COVID-19

เอกชนเสนอภาครัฐ ดูแลภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่จำเป็น เพื่อป้องกันสินค้าขาดแคลนในสถานการณ์วิกฤต COVID-19

      

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย          และนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมงานแถลงข่าวหัวข้อ “แนวทางการดำเนินการและข้อเสนอแนะของภาคเอกชน ที่สนับสนุนมาตรการหยุดยั้งการแพร่กระจายของ COVID-19 ของภาครัฐ” โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเอกชนชั้นนำของไทยร่วมแถลงข่าวผ่านระบบ VDO Conference True Virtual World อาทิ นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย, นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส SCG, นายฐาปน สิริวัฒนภักดี Thai Bev, นายอิสระ ว่องกุศลกิจ กลุ่มมิตรผล, นายศุภชัย เจียรวนนท์ TRUE, นายสนั่น อังอุบลกุล ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ และนายชาติศิริ โสภณพนิช ธนาคารกรุงเทพ ณ ห้อง 802 สภาอุตสาหกรรมฯ

โดยภาคเอกชนขอให้ภาครัฐดูแลโรงงานโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นยิ่งยวด Critical Industry and Supply Chain (CISC) และการขนส่งสินค้า (Logistics) เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่จำเป็นขาดแคลน ดังนี้

  • อุตสาหกรรมอาหาร น้ำตาล น้ำมันปาล์ม เครื่องจักรกลการเกษตร การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ พลาสติก แก้วและกระจก เยื่อกระดาษ อลูมิเนียม
  • อุตสาหกรรมยา สมุนไพร เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ยาง
  • อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งหุ่ม
  • อุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซ พลังงานหมุนเวียน
  • อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ

ธุรกิจที่มีความจำเป็น (Essential) ต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับภาคเศรษฐกิจอย่างรุนแรงสามารถดำเนินการได้ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม, เวชภัณฑ์การแพทย์, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ธนาคาร. ธุรกิจการเกษตร, พลังงานและสาธารณูปโภค รวมถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ต้องป้อนอุตสาหกรรมข้างต้น ช่องทางการจัดจำหน่าย การขนส่งและโลจิสติกส์

ข้อเสนอต่อภาครัฐ

  • ให้ภาครัฐดูแลโรงงานโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นยิ่งยวด Critical Industry and Supply Chain (CISC) และการขนส่งสินค้า (Logistics) เพื่อป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมดังกล่าวหยุดชะงัก
  • ขอให้งดการจ่ายประกันสังคมสำหรับลูกจ้างและนายจ้าง เป็นระยะเวลา 4 เดือน
  • ให้ภาครัฐเพิ่มเงินช่วยเหลือลูกจ้างที่ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างจากเดิมร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 80
  • ขอเลื่อนการจ่ายค่าน้ำและค่าไฟออกไป 4 เดือน
  • ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกัน COVID-19
  • ให้ระบบสาธารณูปโภคให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
  • หน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจติดต่อกับภาคเอกชน สามารถให้บริการทางออนไลน์ได้
  • ให้ผู้ขนส่งสินค้าสามารถส่งสินค้าได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค
    งานบรรยายพิเศษ เรื่อง “มาตรการของ IMO และผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย”

    งานบรรยายพิเศษ เรื่อง “มาตรการของ IMO และผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย”

    • เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 กลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก จัดงานบรรยายพิเศษ เรื่อง “มาตรการของ IMO และผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย” ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรองรับการปฏิบัติตามอนุสัญญา MARPOL Annex VI ที่กำหนดให้เรือเดินทะเลทั่วโลกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถัน ร้อยละ 0.5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป และตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

      งานบรรยายพิเศษ เรื่อง “มาตรการของ IMO และผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย”

      งานบรรยายพิเศษ เรื่อง “มาตรการของ IMO และผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย”

      เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม PTT GROUP (1012) ชั้น 10 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก ได้กำหนดจัดบรรยายพิเศษเรื่อง “มาตรการของ IMO และผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรองรับการปฏิบัติตามอนุสัญญา MARPOL Annex VI ที่กำหนดให้เรือเดินทะเลทั่วโลกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถัน ร้อยละ 0.5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป และตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

      X
      X