โควิดฉุดใช้เหล็ก 8 เดือนวูบหนัก

โควิดฉุดใช้เหล็ก 8 เดือนวูบหนัก

พิษโควิดฉุดความต้องการใช้เหล็กในประเทศ 8 เดือนแรกลดลง 14% กลุ่มอุตฯเหล็ก ส.อ.ท. มั่นใจนโยบาย Made in Thailand ช่วยฟื้นเศรษฐกิจเร็วขึ้น

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ระบุผลจากโควิด-19 ส่งผลกระทบหนัก ฉุดปริมาณความต้องการใช้เหล็กในประเทศ 8 เดือนแรกของปี 2563 ลดลง 14% แต่ยังมั่นใจในนโยบาย “Made in Thailand” ที่ ส.อ.ท. ผลักดันและร่วมขับเคลื่อนกับภาครัฐจะช่วยฟื้นสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศได้เร็ว

นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของระบบอุตสาหกรรม เพราะเหล็กเป็นวัตถุดิบที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย ได้แก่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เฟอร์นิเจอร์ ก่อสร้าง ฯลฯ ในปี 2562 ทั่วทั้งโลกมีความต้องการใช้เหล็กสูงถึง 1,767 ล้านตัน แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างรุนแรงนั้น ทำให้ความต้องการใช้เหล็กรวมของโลกในปี 2563 ถดถอยลง โดยคาดว่าจะเหลือ 1,725.1 ล้านตัน ลดลง 2.4% จากปี 2562 หากจำแนกผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยเปรียบเทียบปริมาณความต้องการใช้เหล็กปี 2563 กับปี 2562 เป็นรายประเทศ พบว่าเกือบทุกประเทศมีปริมาณความต้องการใช้เหล็กถดถอยลง ได้แก่ อิตาลี -22% อินเดีย -20% ญี่ปุ่น -19% สหรัฐอเมริกา -16% เกาหลีใต้ -8% ยกเว้นประเทศจีน ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้เหล็กปี 2563 มากกว่าปี 2562 +8% โดยความต้องการใช้เหล็กรวมของโลกหากไม่รวมประเทศจีน จะถดถอย -13%

สำหรับประเทศไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2563 มีปริมาณการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็ก 11 ล้านตัน ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปี 2562 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยในช่วงท้ายปี 2563 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีปริมาณความต้องการใช้เหล็กทั้งปีราว 16.7 ล้านตัน ลดลง 10% จากปี 2562 โดยผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบน ลดลง 11% และผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาว ลดลง 9%

หากเปรียบเทียบกับวิกฤตการเงินโลก ค.ศ. 2009 เมื่อ 11 ปีก่อน ได้ส่งผลกระทบให้ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทย ปี 2552 ถดถอยลงถึง 21% แต่ในปีถัดไป คือปี 2553 ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มสูงขึ้นถึง 31%

แต่สำหรับวิกฤติโควิด-19 นี้ ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยปี 2563 ถดถอยลง 10% แต่การฟื้นตัวจะช้าและต้องใช้เวลาหลายปี โดยคาดว่าปี 2564 ปริมาณความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มาก ราว 4% ถึง 5% เป็น 17.3 ถึง 17.5 ล้านตันเท่านั้น ดังนั้น การสนับสนุนจากภาครัฐทั้งการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายใน และการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตในประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยเร่งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศให้เร็วขึ้นได้

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ผลักดันนโยบาย “Made in Thailand” และรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ได้มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการคลัง เรื่อง “กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนโดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของพัสดุที่จะใช้ตามบัญชีรายชื่อที่ขึ้นไว้กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำหรับงานก่อสร้างได้กำหนดให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศก่อนโดยต้องไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าหรือปริมาณเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนั้น และหากในกรณีที่พบว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ขณะที่ผู้เสนอราคาที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่ารายของต่างชาติไม่เกิน 3% ให้พิจารณาเลือกการจัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการของไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่าการผลักดันนโยบาย Made in Thailand อย่างจริงจังซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจฐานชุมชน (Local Economy) ของรัฐบาล จะช่วยให้อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศฟื้นตัวและสามารถใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ใช้กำลังการผลิตเพียง 30% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับการใช้กำลังการผลิตเหล็กเฉลี่ยของโลกในปี 2562 ที่ 78% นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท. ขอให้ภาครัฐพิจารณาให้โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership : PPP) ต่างๆ ส่งเสริมการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศไทยด้วยเช่นกัน เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงานและการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศไทย

 

แหล่งอ้างอิง: https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/453421

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อ “IPO Roadway & Benefits of Listed Company”

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อ “IPO Roadway & Benefits of Listed Company”

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อ “IPO Roadway & Benefits of Listed Company”

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อ “IPO Roadway & Benefits of Listed Company” บรรยายโดยผู้อำนวยการฝ่ายสรรหาและพัฒนาบริษัทจดทะเบียน mai ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (คุณภัทรมน พิธุพันธ์)
🗓ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563
⏰เวลา 10.00 – 12.00 น.
📍ณ ห้อง PFP Healthy, Tasty (1011) ชั้น 10 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

📝โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมและหลักเกณฑ์ในการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม

✅ลงทะเบียนได้ที่
https://forms.gle/nTEWf1zThxKyuPkq9

❗️รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่าน เท่านั้น

☎️รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ 023451161 (คุณสถิตชัย)

งานสัมมนา “โอกาสของอุตสาหกรรม เครื่องมือแพทย์ไทย ในยุค New Normal”

งานสัมมนา “โอกาสของอุตสาหกรรม เครื่องมือแพทย์ไทย ในยุค New Normal”

งานสัมมนา “โอกาสของอุตสาหกรรม เครื่องมือแพทย์ไทย ในยุค New Normal”
—————————————————————-
– การบรรยาย
“ส่องอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยสถานะเป็นอย่างไรในปัจจุบัน”
– การบรรยาย
“ความต้องการที่เปลี่ยนไป ในยุค New Normal”
– การเสวนา
“มองโอกาสและการปรับตัวอย่างไร กับเครื่องมือแพทย์ไทยในยุค New Normal”
—————————————–
>> จำกัดจำนวน 100 ท่านเท่านั้น สามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ https://forms.gle/KQydpf6oQR1NqwNo8
—————————————-
วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2563
เวลา 9.00 – 12.00 น
——————————————
สถานที่จัดอบรม : โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ (ติดห้างสรรพสินค้า พาลาเดียม) ห้อง Jubilee Ballroom ชั้น 11
——————————————–
*** การจัดอบรมมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ***
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
Tel: 02-391-5340-4 ต่อ 425 หรือ 215

 

 

สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายของอุตสาหกรรมไทย

สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายของอุตสาหกรรมไทย

📌สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายของอุตสาหกรรมไทย

✔️ไทยพร้อมหรือยังที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ?
✔️ยิ่งอยู่นาน ร่างกายยิ่งเสื่อม แล้วเครื่องมือแพทย์ไทยพร้อมแค่ไหน?
✔️โอกาสทองของอุตสาหกรรมที่อยากจะผันตัวสู่วงการเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ อยากเจาะตลาดต้องทำอย่างไร?

📱 ฟังพร้อมกัน! ที่
Industry Insights รู้ลึกทุกเรื่องอุตสาหกรรม

📍โดย
ภก. อดิศร อาภาสุทธิรัตน์
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ

กลุ่มฯเครื่องจักรกลการเกษตร  ร่วมกับ DITP และม.เกษตรฯจัดงานมหกรรมแทรกเตอร์ฯ

กลุ่มฯเครื่องจักรกลการเกษตร ร่วมกับ DITP และม.เกษตรฯจัดงานมหกรรมแทรกเตอร์ฯ

สำคัญ

กลุ่มฯเครื่องจักรกลการเกษตร ร่วมกับ DITP และม.เกษตรฯจัดงานมหกรรมแทรกเตอร์ฯ 

ระหว่างวันที่ 1 – 10 ธค 63 และ Trade day ระหว่างวันที่ 3 – 4 ธค 63 (ผ่านระบบ Online) ณ ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม 

กลุ่มฯขอเชิญร่วมออกบูธงานมหกรรมแทรกเตอร์ฯ ปี 63 สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่าย สส. คุณประพันธ์ศักดิ์
มือถือ 086-625-9619

E-Mail : prapunsakt@fti.or.th 

สามารถทราบรายละเอียดและรับใบสมัครได้ ผ่านทางลิงค์ดังนี้
รายละเอียดงานมหกรรมแทรกเตอร์ 2020
ใบสมัครงานมหกรรมแทรกเตอร์และเครื่องจักร

ขอบคุณครับ

ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน Propak Asia 2020

ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน Propak Asia 2020

?1 ตุลาคม 2563 ประธานกลุ่มฯ อาหาร (คุณวิศิษฐ์ฯ) ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน Propak Asia 2020 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีด้านกระบวนการผลิต การแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ แห่งภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 28
ณ โรงแรม เดอะ ควอเตอร์ อารีย์ บาย ยูจีเอช

?โดยการเจรจาธุรกิจออนไลน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-25 ตุลาคม 2563 ที่ www.propakasia.com และเยี่ยมชมงาน ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2563 เวลา 9.00-18.00 น. ณ ไบเทค บางนา

X
X