ส.อ.ท.ร่วมแสดงความยินดี 74 ปี บางกอกโพสต์

ส.อ.ท.ร่วมแสดงความยินดี 74 ปี บางกอกโพสต์

          วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท. ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมงาน Bangkok Post Forum 2020: Thailand Rebounds (Policy in the New Normal) เนื่องในโอกาสครบรอบ 74 ปี หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “พลิกฟื้นประเทศไทย ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง” และคุณสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ ณ ห้องวิภาวดีบอลรูมโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอทเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

Great Wall Motors ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์จีน หารือ ส.อ.ท. ตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาและผลิตรถ EV ในไทย

Great Wall Motors ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์จีน หารือ ส.อ.ท. ตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาและผลิตรถ EV ในไทย

         วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมหารือกับ Mr. Zhang Jiaming (President GWM ASEAN Operations) และผู้บริหารจากบริษัท Great Wall Motors เพื่อแนะนำบริษัทและนำเสนอแผนการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

       สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีนโยบายสนับสนุนให้ประเทศไทยเกิดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเน้นย้ำให้บริษัท Great Wall Motors ผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และเน้นการ Localization ชิ้นส่วนภายในประเทศ รวมถึงการส่งเสริมด้านการวิจัยและการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งตลอด Supply Chain และเตรียมความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต

GDP ปี 63 ร่วงต่อเนื่อง กกร. หั่นเหลือ -9.0 ถึง -7.0 % กังวลภาคท่องเที่ยว ส่งออก การจ้างงาน

GDP ปี 63 ร่วงต่อเนื่อง กกร. หั่นเหลือ -9.0 ถึง -7.0 % กังวลภาคท่องเที่ยว ส่งออก การจ้างงาน

วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จัดการประชุมประจำเดือนสิงหาคม ณ ห้องประชุม ballroom 1 ชั้น 4 โรงแรมคอนราด เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ภายหลังการประชุมได้จัดให้มีการแถลงข่าวโดย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย โดยที่ประชุม กกร.มีความเป็นห่วงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงข้างหน้า ซึ่งยังขาดแรงขับเคลื่อนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ขณะที่มาตรการเยียวยาฯ กำลังจะสิ้นสุดลง และสถานการณ์การจ้างงานยังเปราะบาง ในการประชุมรอบนี้ กกร. จึงปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ลงมาเป็น -9.0% ถึง -7.0% (จาก -8.0% ถึง -5.0%) และปรับลดคาดการณ์การส่งออกลงมาที่ -12.0% ถึง -10.0% (จาก -10.0% ถึง -7.0%) ขณะที่ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปไว้ตามเดิม

 

สรุปประเด็นแถลงข่าว

  • แม้เครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือนมิถุนายน 2563 จะหดตัวน้อยลง แต่เศรษฐกิจไทยโดยรวมก็ยังอ่อนแออยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เศรษฐกิจไทยคงจะหดตัวในอัตราเลขสองหลัก
  • ในช่วงที่เหลือของปี 2563 เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง โดยมีแรงฉุดหลักจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยหลังการระบาดของโควิดยังเพิ่มสูงขึ้นและบางประเทศพบจำนวนผู้ติดเชื้อรอบใหม่ (จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ฮ่องกง เป็นต้น) ส่งผลให้การค้าและการเดินทางระหว่างประเทศคงยากที่จะฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว ขณะเดียวกัน เงินบาทที่ผันผวนและเริ่มมีทิศทางแข็งค่า ก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก นอกจากนี้ กำลังซื้อครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับความไม่แน่นอนในตลาดการจ้างงาน ยังเป็นปัจจัยลบที่กดดันการใช้จ่ายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
  • ที่ประชุม กกร. มีความเป็นห่วงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงข้างหน้า ซึ่งยังขาดแรงขับเคลื่อนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ขณะที่มาตรการเยียวยาฯ กำลังจะสิ้นสุดลง และสถานการณ์การจ้างงานยังเปราะบาง ในการประชุมรอบนี้ กกร. จึงปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ลงมาเป็น -9.0% ถึง -7.0% (จาก -8.0% ถึง -5.0%) และปรับลดคาดการณ์การส่งออกลงมาที่ -12.0% ถึง -10.0% (จาก -10.0% ถึง -7.0%) ขณะที่ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปไว้ตามเดิม   

 

กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2563 ของ กกร.

%YoY

ปี 2562

ปี 2563

(ณ ก.ค. 63)

ปี 2563

(ณ ส.. 63)

GDP

2.4

-8.0% ถึง -5.0%

-9.0% ถึง 7.0%

ส่งออก

-2.7

-10.0% ถึง -7.0%

-12.0% ถึง 10.0%

เงินเฟ้อ

0.7

-1.5% ถึง -1.0%

-1.5% ถึง -1.0%

 

  • ทั้งนี้ กกร. จะมีการจัดตั้งคณะทำงาน กกร. ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เพื่อร่วมกันจัดเตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการปฏิรูปเศรษฐกิจโดยจะมีการผลักดันแผน 4 เรื่องเพื่อให้เกิดผลได้จริง ได้แก่ การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิง Wellness 2. การยกระดับการเกษตรมูลค่าสูง 3. การเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กในธุรกิจเป้าหมาย และ 4. การยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนของภูมิภาค ทั้งนี้ เมื่อได้ข้อสรุปแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจดังกล่าวแล้ว จะนำไปหารือและเสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือจากทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ในเร็วๆ นี้
  • นอกจากนี้ กกร. การจัดตั้งคณะกรรมการภาษีเพื่อจัดทำข้อเสนอมาตรการทางภาษี (ภาษีสรรพากร) เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

ข้อเสนอดังกล่าว กกร.จะนำเสนอรัฐบาลให้ได้พิจารณาต่อไป

ส.อ.ท. เข้าพบทูตนิวซีแลนด์หารือแนวทางฟื้นฟูอุตสาหกรรมไทย

ส.อ.ท. เข้าพบทูตนิวซีแลนด์หารือแนวทางฟื้นฟูอุตสาหกรรมไทย

         วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้าร่วมหารือและรับประทานอาหารกลางวันกับ ฯพณฯ ทาฮา แมคเฟอร์สัน (H.E. Mr. Taha Macpherson) เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยและคณะ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์

         ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเพื่อแสวงหาแนวทางการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมไทยภายหลังจากการระบาดของโรค COVID-19 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสาขาอุตสาหกรรมหลัก (Core Industry) ที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน ได้แก่ สาขาเกษตรอุตสาหกรรมโดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สาขายาและเวชภัณฑ์ สาขาเวชสำอาง ซึ่งเป็นสาขาที่สำคัญสำหรับการขยายโอกาสด้านการค้าและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามนโยบายการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ของธนาคารแห่งประเทศไทยในวงเงิน 500,000 ล้านบาท และนโยบายฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจของภาครัฐในวงเงิน 400,000 ล้านบาท

       นอกจากนี้ ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยยังขอให้นิวซีแลนด์ให้ความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อห่วงกังวลภายใต้ความตกลง CPTPP แก่ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาครัฐบาลไทย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และถอดบทเรียนแก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

กรรมการสภาธุรกิจไทย-ยุโรปเข้าเยี่ยมคารวะหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป

กรรมการสภาธุรกิจไทย-ยุโรปเข้าเยี่ยมคารวะหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป

         เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.00 น คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานคณะกรรมการสภาธุรกิจไทยยุโรป และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาธุรกิจไทยยุโรป ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ เอกอัครราชทูต เปียร์ก้า ตาปิโอลา (H.E. Mr. Pirkka Tapiola) หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เพื่อเข้าแนะนำตัวในโอกาสการเริ่มจัดตั้งสภาธุรกิจไทยยุโรป ภายใต้กรอบของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.)

ทางคณะฯ ได้กล่าวขอบคุณท่านทูตที่ตอบรับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักด์แก่สภาธุรกิจฯ และเรียนขอคำปรึกษา ในประเด็นสำคัญต่างๆ โดยเน้นการเสริมสร้างโอกาสด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและภูมิภาคยุโรป การอำนวยความสะดวกต่อภาคธุรกิจในการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ การผลักดันโอกาสการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (Thai-EU FTA) การพัฒนาภาคธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและรักษาสิ่งแวดล้อม (Green Economy) ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจตาม BCG (Bio, Circular and Green) Economy Model อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตามนโยบาย Thailand 4.0 รวมถึงข้อกังวลของสหภาพยุโรปต่อบรรยากาศการค้าการลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ทั้งนี้คณะผู้แทนฯ ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของภาครัฐบาลไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส.อ.ท. จับมือ กสอ. และ UNIDO จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร GCIP Thailand Awards 2019 ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ร่วมพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด

ส.อ.ท. จับมือ กสอ. และ UNIDO จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร GCIP Thailand Awards 2019 ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ร่วมพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด

          สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรการประกวดผลงานนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด: GCIP Thailand Awards 2019 ภายใต้โครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme for SMEs in Thailand ให้กับ 18 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ Second Round Judging เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาดให้กับผู้ประกอบการ SMEs ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

          นายมานะผล  ภู่สมบุญ  รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด ภายใต้โครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme for SMEs in Thailand ได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจกรรมหลักๆ 5 กิจกรรม คือ 1) การจัดการประกวดนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด 2) การแลกเปลี่ยนความรู้     3) เชื่อมโยงนักลงทุน 4) การสร้างเครือข่าย และ 5) การให้ความช่วยเหลือ GCIP Alumni

สำหรับกิจกรรมประกาศผลการประกวดผลงานนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด (Cleantech) และมอบประกาศนียบัตรในวันนี้ เป็นหนึ่งกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการฯ ที่ดำเนินการประกวดมาอย่างเข้มข้น โดยมีผู้สมัครเข้าประกวดทั้งสิ้น 74 ราย โดยผ่านการตัดสินในรอบสอง (Second Round Judging) คัดเหลือ 22 ทีม และรอบสุดท้าย (Final Round Judging) ก่อนที่จะได้ผู้ชนะเลิศ 4 ทีม ซึ่งในวันนี้จะเป็นการมอบประกาศนียบัตรให้กับทีมที่ผ่านการตัดสินในรอบสอง (Second Round Judging) จำนวน 18 ทีม ส่วนทีมผู้ชนะเลิศ 4 ทีม จะจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 7 สิงหาคม 2563 พร้อมกับพิธีปิดโครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme for SMEs in Thailand

        นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิตัลอุตสาหกรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกำกับและดูแลโครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme for SMEs in Thailand  กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงวิสาหกิจชุมชน ให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น ในด้านการพัฒนาองค์กรและศักยภาพบุคลากร รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือวิสาหกิจทุกระดับ ให้มีการประกอบการที่มีความเป็นเลิศและยั่งยืนสู่สากล โดยมีหน่วยงานภายใต้สังกัดกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจและนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

สำหรับเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) หรือ CT หมายถึง กระบวนการหรือวิธีการที่นำมาใช้พัฒนาเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต เพื่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสี่ยงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า 4R ได้แก่ Reuse Repair Reduce และ Recycle ซึ่งในปัจจุบัน ธุรกิจอุตสาหกรรมมีการเติบโต และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เกิดตามมาจากการเติบโต และพัฒนาธุรกิจนั้นก็คือ ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม จากเหตุดังกล่าวนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงมีความสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีสะอาด มาประยุกต์ใช้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ให้มีจิตสำนึก มีความตระหนักต่อการดำเนินธุรกิจให้มีความยั่งยืน เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย ควบคู่ไปกับการจัดการเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology Management)

         นางสาวศุกร์ศิริ แจ่มสุข เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) กล่าวเสริมว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อผู้ประกอบการเทคโนโลยีสะอาด นวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมอันเป็นผลมาจากการแข่งขันและโปรแกรม            เร่งความเร็วนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมของประเทศ และส่งผลให้เกิดการเติบโต           ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเน้นการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เรื่องความปลอดภัย    ด้านพลังงาน การจ้างงานอย่างสร้างสรรค์ และการแข่งขันของ SMEs

          โครงการ GCIP เปิดโอกาสให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้สัมผัสกับ   การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ระดับนานาชาติโดยการส่งต่อความรู้ ข้อมูล ทักษะต่างๆ และการสนับสนุนจากเครือข่ายระหว่างประเทศ ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการท้องถิ่นและช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ใน    การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีสะอาดในการผลิตและสามารถทำการตลาดในระดับสากลได้ ทั้งนี้ โครงการ GCIP ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เตรียมการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์ของตน และมีการมอบรางวัลให้กับผลิตภัณฑ์ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ รางวัลเหล่านี้ช่วยยกระดับการยอมรับผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้รับการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้และ       การสนับสนุนจากเครือข่ายระหว่างประเทศเพื่อทำงานเสริมสร้างนโยบายและกรอบการทำงานที่เหมาะสมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นประดิษฐ์เทคโนโลยีสะอาดที่นำไปใช้ได้จริง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สถาบัน SMI สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โทร. 0-2345-1243

X
X