กนง. คาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 กังวลหนี้ภาคเอกชน และอัตราการว่างงานแนะปรับโครงสร้างรองรับการฟื้นตัวสู่ภูมิทัศน์ใหม่

F.T.I. COVID-19 DAILY NEWS ฉบับวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

 

กนง. คาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 กังวลหนี้ภาคเอกชน และอัตราการว่างงาน แนะปรับโครงสร้าง รองรับการฟื้นตัวสู่ภูมิทัศน์ใหม่

คณะกรรมการนโยบายการเงิน คาดการณ์เศรษฐกิจไทยหดตัวจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัญหาการว่างงาน และหนี้ภาคเอกชน เร่งรัฐบาลออกนโยบายด้านอุปทาน และนโยบายด้านแรงงานเยียวยาเศรษฐกิจ

 

  • Monetary Policy

นอกจากมาตรการทางการเงินที่ ธปท. ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ อย่างเช่น การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือร้อยละ 0.5 ต่อปี การปรับลด FIDF Fee ลงชั่วคราว และมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อต่างๆ ธปท. ยังเตรียมมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม เช่น

  1. การดูแลสภาพคล่อง ในระบบให้กระจายไปยังภาคธุรกิจและครัวเรือน
  2. การปรับโครงสร้างหนี้
  3. การเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินของภาคธุรกิจ (Solvency Risk) เพิ่มเติม

 

  • Fiscal Policy

ธปท. แนะรัฐบาลออกนโยบายการคลังด้านอุปทาน เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นตัวได้ในภูมิทัศน์ใหม่ เช่น

  1. กลไกบริหารกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรรม
  2. นโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและโอกาสฟื้นตัวหลังวิกฤต COVID -19
  3. เร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
  4. สนับสนุนการพัฒนาแรงงาน (Reskill & Upskill)
  5. เร่งปฏิรูปกฎระเบียบภาครัฐ ให้เหมาะแก่การดำเนินธุรกิจ

 

ข้อมูลจาก : คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

จัดทำโดย คณะอนุกรรมการฟื้นฟูหลังโควิด-19 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

#PostCOVID19 #BOT

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจสถานการณ์การจ้างงานในช่วงวิกฤติ COVID-19

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจสถานการณ์การจ้างงานในช่วงวิกฤติ COVID-19

คุณสุชาติ จันทรานาคราช ประธานคณะอนุกรรมการมาตรการแรงงาน ส.อ.ท. ได้เปิดผลสำรวจสถานการณ์การจ้างงานในช่วงวิกฤติ COVID-19 และแนวทางการปรับการจ้างงานในอนาคต จากกลุ่มตัวอย่างใน 45 กลุ่มอุตสาหกรรม  ภายใต้ สภาอุตสาหกรรมฯ โดยจากผลสำรวจพบว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการลดเวลาทำงาน สลับเวลาทำงาน เลิกจ้างบางส่วน จำนวน 20 กลุ่ม คิดเป็น 44.4% และมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังสามารถคงการจ้างงานเท่าเดิม จำนวน 25 กลุ่ม คิดเป็น 55.6% ในส่วนของความต้องการแรงงานหลังสถานการณ์ COVID-19 พบว่า มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานลดลง จำนวน 14 กลุ่ม คิดเป็น 31.% มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น จำนวน 1 กลุ่ม คิดเป็น 2.2% และมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานเท่าเดิม จำนวน 30 กลุ่ม คิดเป็น 66.7%

 

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการมาตรการแรงงาน ยังได้ผลสำรวจแนวทางการปรับตัวการจ้างงานในอนาคต พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญกับการลดขนาดองค์กรและนำเทคโนโลยีมาใช้งานให้มากขึ้นเป็นลำดับ 1 คิดเป็น 32.2% ส่วนแนวทางการปรับการจ้างงานในลำดับถัดไป ได้แก่ การจ้างค่าจ้างเพิ่มเพื่อให้ได้แรงงานที่มีทักษะหลากหลาย (Multi Skills) การปรับรูปแบบการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่น เช่น จ้างรายชั่วโมง การลดการจ้างลูกจ้างประจำและมาใช้ outsource แทน การแชร์หรือแลกเปลี่ยนแรงงานระหว่างอุตสาหกรรม และลดการใช้แรงงานต่างด้าว ตามลำดับ

 

ที่มา : คณะอนุกรรมการมาตรการแรงงาน ส.อ.ท.

#FTIมาตรการแรงงาน
#FTIการจ้างงาน

ส.อ.ท. ชี้แจงข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

ส.อ.ท. ชี้แจงข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ต่อคณะอนุกรรมาธิการติดตามระบบการเงิน การคลัง และระบบเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร 

18 มิ.ย. 2563 คุณสุชาติ จันทรานาคราช ประธานคณะอนุกรรมการมาตรการแรงงาน ส.อ.ท. เป็นผู้แทนเข้าร่วมชี้แจงให้ข้อมูลสถานการณ์การจ้างงาน และข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ต่อคณะอนุกรรมาธิการ ติดตามระบบการเงิน การคลัง และระบบเศรษฐกิจ ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร โดยคุณสุชาติ ได้เน้นย้ำการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อรักษาเสถียรภาพการจ้างงานเพื่อช่วยให้แรงงานอยู่รอดได้ภายใต้วิกฤต COVID-19 พร้อมทั้ง ขอให้ภาครัฐร่วมมือกับเอกชนในการพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
9 ข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงาน

  • ลดเงินสมทบประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง เหลือร้อยละ 1 โดยให้มีผลจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563
  • เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากสาเหตุสุดวิสัย จาก 90 วัน เป็น 150 วัน และขยายระยะเวลาการขอรับสิทธิประโยชน์ฯ เป็นจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563
  • อนุญาตให้ปรับการจ้างงานเป็นรายชั่วโมงได้ โดยคิดค่าจ้างในอัตราชั่วโมงละ 40–41 บาท/ชม. ระยะเวลาจ้างขั้นต่ำ 4-8 ชม. ต่อวัน
  • ขอให้ภาครัฐรับรองการอบรม Online เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการจัดอบรม ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 เพื่อเพิ่มทางเลือกในรูปแบบการฝึกอบรม และลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ
  • จัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ แรงงาน Upskill/Reskill
  • ขอปรับอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ.2537 เหลือร้อยละ 0.01
  • จัดสรรกองทุนเยียวยาผู้ประกอบการเพื่อรักษาเสถียรภาพการจ้างโดยให้เงินแก่ลูกจ้างผ่านนายจ้าง
  • โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ ดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 ต่อปี
  • ขยายมาตรการนำค่าจ้างพนักงานมาหักรายจ่ายได้ 3 เท่า จนถึงสิ้นปี 2563 โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องจำนวนลูกจ้างต้องไม่น้อยกว่าจำนวนลูกจ้าง ณ วันสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2562 

จัดทำโดย คณะอนุกรรมการมาตรการแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

#FTIมาตรการแรงงาน
#FTIข้อเสนอด้านแรงงาน

สนับสนุน SMEs จ้างงานต่อเนื่อง ค่าจ้างหักรายจ่ายได้ถึง 3 เท่า

#FTIมาตรการแรงงาน
#FTIสนับสนุน SMEs
#FTIหักรายจ่าย 3 เท่า

ครม. ผ่อนปรนแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมา อาศัยและทำงานในไทยถึง 31 กรกฎาคมนี้

ครม. ผ่อนปรนแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมา อาศัยและทำงานในไทยถึง 31 กรกฎาคมนี้

 คณะรัฐมนตรี เห็นชอบผ่อนปรนให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและการทำงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2563 จากเดิมที่ประกาศกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน ที่ผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาวและเมียนมา จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 พฤษภาคม 63 แต่มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ยังมีแนวโน้มอยู่อย่างต่อเนื่องอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง เห็นควรผ่อนปรนให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและการทำงาน

 

ใน 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ แรงงานกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานไทย ภายใต้ MOU ด้านแรงงานและแรงงานกัมพูชาและเมียนมา ที่ถือบัตรผ่านแดน ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักร ตามมาตรา 64 โดยอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 

 

ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงการกลับมาแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใหม่ จากแรงงานที่เดินทางเข้ามาใหม่ลดความสุ่มเสี่ยงที่แรงงานบางส่วนจะเปลี่ยนเป็นแรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ลดสภาวะการขาดแคนแรงงานของสถานประกอบการที่ยังต้องการจ้างคนต่างด้าว รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศภายหลังจากการสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลาย ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะได้ออกประกาศกระทรวง ตามมติคณะรัฐมนตรี ต่อไป

 

#FTIมาตรการแรงงาน #FTIแรงงานต่างด้าว

การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จากการแพร่ระบาด COVID-19 ของสำนักงานประกันสังคม

#FTIมาตรการแรงงาน #FTIกรณีว่างงานCOVID19

X
X